กว่าทศวรรษแห่งความเชี่ยวชาญ สู่บรรทัดฐานใหม่ของโลจิสติกส์ครบวงจร Whale Logistics Group (Whale) หรือ ปลาวาฬ โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้วยรากฐานที่แข็งแกร่งและประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน โดยบริษัทฯ ได้ส่งมอบบริการและโซลูชันโลจิสติกส์แบบ One-Stop Service ที่เหนือระดับให้แก่ลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรมมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นบริการคลังสินค้า ลานจัดเก็บสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า บริการขนส่งสินค้า และบริการด้านโลจิสติกส์อื่นๆ เพื่อตอบสนองความต้องการอย่างครอบคลุมในฐานะเป็นพันธมิตรที่ลูกค้าสามารถไว้วางใจได้ในทุกขั้นตอน

คุณธีรจิตร สอนแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท Whale Logistics Group

อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความท้าทายของโลกยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์มากขึ้น Whale ยังคงเดินหน้าพัฒนาอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง ด้วยวิสัยทัศน์และเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่มุ่งเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม โดยเมื่อไม่นานมานี้ Whale ได้ขยับเข้าใกล้หลักชัยสำคัญผ่านการลงทุนในนวัตกรรมรถบรรทุกพลังงานไฟฟ้าล้ำสมัยครั้งใหญ่ เพื่อยกระดับการปฏิบัติการให้สอดคล้องกับแนวทางความยั่งยืนระดับสากล พร้อมก้าวสู่ตำแหน่งผู้นำในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย

LM ฉบับนี้มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณธีรจิตร สอนแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท Whale Logistics Group เพื่อเจาะลึกถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการผลักดันโลจิสติกส์สีเขียว (Green Logistics) ผ่านการลงทุนในรถบรรทุกพลังไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่เทคโนโลยี SWAP พร้อมพูดคุยถึงแผนการขยายขีดความสามารถของลานจัดเก็บสินค้า และทิศทางการเติบโตของบริษัทฯ เพื่อตอบโจทย์ภาคธุรกิจและการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงในอนาคต

ปฏิเสธไม่ได้ว่าอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ถือเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่มีปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนและมลพิษอื่นๆ ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศสูง ท่ามกลางกระแสโลกที่กำลังตื่นตัวเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน ผู้ประกอบการจำนวนมากจึงมองหาแนวทางลดมลพิษจากการปฏิบัติการโลจิสติกส์อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น Whale ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการทางโลจิสติกส์แบบครบวงจรผู้มีวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด จึงมุ่งมั่นบุกเบิกและขับเคลื่อนโลจิสติกส์สีเขียวในประเทศไทยโดยบริษัทฯ ได้มองหาเทคโนโลยีที่ทันสมัย และมีมาตรฐานระดับสากล เพื่อนำมาบูรณาการเข้ากับการปฏิบัติการทางโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ในปีที่ผ่านมา Whale ได้ประกาศหลักชัยครั้งสำคัญผ่านการสั่งซื้อกองรถบรรทุกไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่เทคโนโลยี SWAP จำนวน 1,000 คัน พร้อมเปิดตัวโครงการติดตั้งสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่อัตโนมัติ ซึ่งนับเป็นการนำนวัตกรรมเทคโนโลยี SWAP มาใช้ในปฏิบัติการครั้งแรกในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน โดยบริษัทฯ ได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรระดับโลกอย่างกลุ่มบริษัท U POWER ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจในมาตรฐานการปฏิบัติการที่เป็นเลิศระดับสากล เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายในการส่งมอบบริการที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และสามารถสนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของลูกค้าได้อย่างยั่งยืน

คุณธีรจิตร อธิบายว่า “การลงทุนในนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งมีต้นทุนสูงเพื่อสร้าง Ecosystem สีเขียวเป็นทั้งเป้าหมายและพันธกิจที่เราให้ความสำคัญสูงสุด เราไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงผู้ให้บริการโลจิสติกส์ทั่วไป แต่เราพร้อมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยสนับสนุนธุรกิจของลูกค้าให้เติบโตอย่างยั่งยืน และมีส่วนสำคัญในการผลักดันโลจิสติกส์สีเขียวของไทยให้เกิดขึ้นจริงและสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก”

การลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมในครั้งนี้แม้จะมีต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ Whale ยึดมั่นในการส่งมอบประสิทธิภาพและความคุ้มค่าสูงสุดให้แก่ลูกค้าด้วยราคาที่ไม่เปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ การยกระดับการปฏิบัติการขนส่งสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยังเป็นการสะท้อนถึงความพร้อมของ Whale ในการตอบรับความต้องการของลูกค้าและตลาดโลกที่มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น ทั้งยังเน้นย้ำถึงการพัฒนาในด้านการจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์อย่างต่อเนื่องของ Whale ในฐานะบริษัทฯ ที่ได้รับการรับรอง CFO (Carbon Footprint for Organization) ผ่านการปรับกองรถบรรทุกสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่อีกด้วย

เทคโนโลยี SWAP เป็นนวัตกรรมการเปลี่ยนแบตเตอรี่อัตโนมัติสำหรับรถบรรทุกพลังงานไฟฟ้าที่จะเข้ามาช่วยขจัดจุดด้อยของรถบรรทุกพลังงานไฟฟ้าทั่วไปที่ต้องใช้ระยะเวลาในการชาร์จราวหนึ่งชั่วโมง โดยเทคโนโลยี SWAP นี้ สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ภายในเวลาเพียงหกนาที ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มความคล่องตัว และประหยัดเวลาในการขนส่งสินค้าแล้ว เทคโนโลยีนี้ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความต่อเนื่องในการปฏิบัติการ ขณะเดียวกันยังช่วยลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้อย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ Whale ยังได้ประกาศแผนในการติดตั้งสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่อัตโนมัติแห่งแรกในประเทศไทย ในทำเลยุทธศาสตร์ใกล้กับท่าเรือแหลมฉบังเพียงไม่กี่กิโลเมตร โดยคาดว่าจะดำเนินการก่อตั้งสถานีแล้วเสร็จ พร้อมทดสอบระบบอย่างเต็มรูปแบบภายในเดือนเมษายนนี้ ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทฯ ยังตั้งเป้าขยายเฟสที่สองในจังหวัดชลบุรี และเฟสที่สามในพื้นที่ยุทธศาสตร์อื่นๆ ต่อไปในอนาคต

สำหรับการดำเนินการในเฟสแรก Whale เตรียมรับมอบกองรถบรรทุกไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่เทคโนโลยี SWAP จำนวน 30 คัน เพื่อนำมาใช้นำร่องทดสอบในการปฏิบัติการจริง โดยการทดสอบนี้มีเป้าหมายสำคัญคือการเก็บข้อมูลเพื่อใช้ในการวางรากฐานด้านโครงสร้างพื้นฐาน กำหนดมาตรฐานความปลอดภัย และพัฒนากลยุทธ์การดำเนินงานที่สามารถบูรณาการกับเทคโนโลยีใหม่นี้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ การทดสอบนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Whale ในการวางรากฐาน ecosystem สำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่ปฏิบัติการสีเขียวที่แข็งแกร่ง ทั้งยังเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอนาคตโลจิสติกส์สีเขียวของไทย เพื่อให้มั่นใจว่าเทคโนโลยีระดับโลกจะถูกนำมาใช้อย่างคุ้มค่าและสอดคล้องกับบริบทในประเทศมากที่สุด

คุณธีรจิตรอธิบายเพิ่มเติมว่า “ด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของเรา Whale พร้อมทำหน้าที่เป็นผู้นำในการนำนวัตกรรม SWAP มาใช้ในการดำเนินงานจริง เพื่อสร้างรากฐานโลจิสติกส์สีเขียวที่แข็งแกร่ง พร้อมพิสูจน์ให้เห็นว่าในปฏิบัติการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถเกิดขึ้นพร้อมกับความสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพได้”

นอกเหนือจากการก้าวสู่ปฏิบัติการโลจิสติกส์สีเขียวแล้ว Whale ยังวางแผนขยายพื้นที่ลานจัดเก็บสินค้าเพิ่มเติมอีกกว่า 300,000 ตารางเมตร เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยพื้นที่ดังกล่าวได้รับการออกแบบให้มีจุดเด่นด้านความยืดหยุ่นสูง ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานเพื่อจัดเก็บตู้สินค้าหรือสินค้าประเภทอื่นๆ ที่วางกลางแจ้งได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ยิ่งไปกว่านั้น Whale ได้วางแผนเดินหน้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานสู่รูปแบบ Mixed-use มากขึ้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการที่ยืดหยุ่นสำหรับลูกค้าทุกอุตสาหกรรม พร้อมบูรณาการเทคโนโลยีอันทันสมัยเข้ากับบริการแบบ One-Stop Service ที่ครอบคลุมกิจกรรมโลจิสติกส์ทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นบริการลานจัดเก็บสินค้า บริการคลังสินค้าให้เช่า ทั้งในรูปแบบคลังสินค้าทั่วไปและคลังสินค้าปลอดอากร (Freezone) ศูนย์กระจายสินค้า บริการขนส่งสินค้า การดำเนินพิธีการศุลกากร และบริการอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมด้วยอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงระบบบริหารจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management System: WMS) เพื่อช่วยให้การปฏิบัติงานทุกส่วนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แม่นยำ รวดเร็ว และไร้รอยต่อที่สุด

“Whale จะมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถในการให้บริการของเราต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายอย่างมั่นใจ พร้อมปรับตัวสู่การลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนลูกค้าและพันธมิตรด้วยบริการที่ครอบคลุม ยืดหยุ่น และยั่งยืนยิ่งขึ้น” คุณธีรจิตร กล่าวเสริม

การขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องของ Whale ไม่ใช่เพียงเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงพันธสัญญาในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าสู่ระดับสากล ทั้งยังมุ่งสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันให้แก่พันธมิตร ด้วยโซลูชันโลจิสติกส์สีเขียวที่ทรงประสิทธิภาพ และการผสานเทคโนโลยีชั้นนำเข้ากับแนวทางการให้บริการที่ยึดถือลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer-Centric) ของบริษัทฯ


อัพเดตข่าวสารและบทความที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก่อนใคร ผ่าน Line Official Account @Logistics Mananger เพียงเพิ่มเราเป็นเพื่อน @Logistics Manager หรือคลิกที่นี่

บทความก่อนหน้านี้TIPS จัดอบรม AI in the Box Workshop Gen1 พัฒนาองค์กรสู่อนาคต
บทความถัดไปPSA Singapore และ Mitsui O.S.K. Lines จัดตั้งบริษัทร่วมทุนสร้างท่าเทียบเรือ Ro-Ro ในสิงคโปร์