ท่ามกลางการเติบโตของการค้าและการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน โลจิสติกส์ข้ามพรมแดนได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในยุคที่ผู้ประกอบการต้องการความรวดเร็ว ความแม่นยำ และความปลอดภัยในการขนส่งสินค้าแบบไร้รอยต่อ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง

ภายใต้บริบทดังกล่าว Kingcross Logistics ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการโลจิสติกส์ข้ามพรมแดน ที่น่าจับตามองของไทย ด้วยจุดแข็งด้านการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (multimodal) ครอบคลุมทั้งทางบก ทางราง ทางเรือ และทางอากาศ เชื่อมโยงเครือข่ายการขนส่งระหว่างประเทศไทย เมียนมา ลาว เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ และจีน พร้อมต่อยอดสู่ปลายทางทั่วโลก
เบื้องหลังความสำเร็จของบริษัทไม่ได้เกิดขึ้นจากการขยายเครือข่ายเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย เทคโนโลยี และบุคลากร ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญในการผลักดันองค์กรสู่มาตรฐานระดับสากล
นิตยสาร LM ฉบับนี้มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณวรัญญา พิมพ์สะอาด และคุณสมรรถพล ปุญญาอิศวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Kingcross Logistics เกี่ยวกับแนวคิดในการดำเนินธุรกิจและการให้บริการแก่ลูกค้า พร้อมเป้าหมายในการเติบโตของบริษัทฯ ต่อไปในอนาคต

Scaling Expertise into Regional Networks
Kingcross Logistics ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2019 โดยสองผู้บริหารไฟแรง คือ คุณวรัญญา พิมพ์สะอาด ผู้มีประสบการณ์ในธุรกิจโลจิสติกส์ข้ามพรมแดนโดยตรง ครอบคลุมการดำเนินงานในประเทศไทย เมียนมา เวียดนาม ลาว กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ และจีนตอนใต้ และคุณสมรรถพล ปุญญาอิศวะ ผู้มีประสบการณ์ตรงด้านการบริหารต้นทุนเชื้อเพลิงและบัญชีมาอย่างยาวนาน
คุณวรัญญา กล่าวว่า “ด้วยประสบการณ์ตรงในการเป็น Expat ทำงานด้านการขนส่งสินค้าข้ามแดนในประเทศเมียนมา เวียดนาม ลาว และกัมพูชา รวมมากกว่า 10 ปี มีเครือข่ายเฉพาะทาง และจบการศึกษาด้านการบริหารธุรกิจขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยตรง ประกอบกับความสนใจเรื่องภูมิศาสตร์เป็นพิเศษ ทำให้เรามีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงลักษณะเฉพาะของการขนส่งในแต่ละประเทศ ทั้งด้านกฎหมาย ศุลกากร วัฒนธรรม และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัทฯ จึงสามารถบริหารความเสี่ยงได้ก่อนที่ชิปเมนท์จะเกิดขึ้น ออกแบบโซลูชันโลจิสติกส์ที่เหมาะสมและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินงานระหว่างประเทศที่มีความซับซ้อนสูงได้เป็นอย่างดี”

สำนักงานใหญ่ของ Kingcross และลานจอดรถบรรทุกของบริษัทฯ ตั้งอยู่บริเวณถนนบางนา-ตราด กม.5 ซึ่งถือเป็นทำเลยุทธศาสตร์สำคัญด้านโลจิสติกส์ของประเทศไทย สามารถเชื่อมต่อไปยังท่าเรือกรุงเทพ ท่าเรือแหลมฉบังbท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรมศุลกากร และเขตอุตสาหกรรมหลักได้อย่างสะดวกสบาย ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงานด้านเอกสาร การรับ-ส่งสินค้า และการบริหารจัดการขนส่งแบบครบวงจร รวมถึงการดำเนินธุรกิจในมิติต่างๆ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีสำนักงานประจำอยู่ที่เมือง Yangon ประเทศเมียนมา และ Hanoi ประเทศเวียดนาม เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานในระดับภูมิภาค และเพิ่มความสามารถในการให้บริการลูกค้าได้อย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น
คุณวรัญญา กล่าวว่า “Kingcross พัฒนาเครือข่ายโลจิสติกส์ภายใต้แนวคิด North-East-West-South Economic Corridor เพื่อรองรับการเติบโตแบบก้าวกระโดดของอาเซียนและเอเชีย โดยในปีนี้ได้ขยายฐานปฏิบัติการสู่ระนอง และพิษณุโลก เพื่อปลดล็อกเส้นทางยุทธศาสตร์เชื่อมโยง China-Mainland & ASEAN สู่สองมหาสมุทร ทั้งมหาสมุทรอินเดีย (BIMSTEC) และแปซิฟิกอย่างเป็นรูปธรรม เรามุ่งมั่นเปลี่ยนข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ของไทยให้กลายเป็นเกตเวย์ที่จับต้องได้จริง ผ่านการขนส่งหลากหลายรูปแบบและตอบโจทย์ความยั่งยืน ด้วยค่าบริการที่สามารถแข่งขันได้จริง แม้ระบบรางในบางพื้นที่อย่างระนองจะยังอยู่ในช่วงพัฒนา แต่เราเลือก ‘อยู่กับความเป็นจริง’ ด้วยการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสร้างความสำเร็จที่ยั่งยืนตั้งแต่วันนี้ ให้ไทยเป็นทางเลือกใหม่บนแผนที่โลก แม้เส้นทางหลักอย่างช่องแคบมะละกายังคงมีความสำคัญ แต่ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ‘เส้นทางสำรอง’ จึงถือเป็นทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ที่พร้อมเป็นทางออกให้คู่ค้าเสมอ”

“Kingcross ไม่ได้เพียงแค่ขนส่งสินค้า แต่เรากำลังสร้าง ‘ความมั่นคงทางการค้า’ ให้กับภูมิภาค เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปทิศทางใด เส้นทางของเราจะเป็นทางออกที่ยั่งยืนและพึ่งพาได้เสมอ” คุณวรัญญากล่าวเสริม
ทั้งนี้ ในช่วงเริ่มต้น บริษัทฯ ได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มสมาคมนักธุรกิจไทยในเมียนมา ลาว และเวียดนาม รวมถึงเครือข่ายสภาธุรกิจไทยในประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนจะขยายฐานลูกค้าไปสู่ผู้ประกอบการหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จนสามารถก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายสำคัญของตลาดโลจิสติกส์ข้ามพรมแดนในปัจจุบัน
Comprehensive Fleet and Transport Network
จุดแข็งสำคัญของ Kingcross คือความสามารถในการให้บริการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบอย่างครบวงจร ตั้งแต่การขนส่งสินค้าทางบก ทางเรือ ทางอากาศ เชื่อมต่อทางรางรถไฟ ไปจนถึงการออกแบบวิธีการและเส้นทางขนส่งเฉพาะสำหรับลูกค้าแต่ละราย
คุณสมรรถพล กล่าวว่า “บริษัทฯ มีรถบรรทุกหลากหลายประเภทเป็นของบริษัทเอง ทั้งรถสี่ล้อ หกล้อ สิบล้อ รถหัวลาก รถพ่วง รถดั๊มพ์ หางพื้นเรียบ หางพ่วงชานต่ำ และหางยาวพิเศษ บริการขนส่งสินค้าของ Kingcross จึงพร้อมรองรับการขนส่งสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่วัตถุดิบอุตสาหกรรม เครื่องจักร สินค้าอุปโภคบริโภค ไปจนถึงสินค้าขนาดพิเศษและสินค้าโครงการ อีกทั้ง บริษัทฯ ยังมีใบอนุญาตเดินรถขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ พร้อมประกันสินค้าคันละ 5 ล้านบาท และทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านศุลกากรประจำอยู่ที่ท่าเรือและด่านพรมแดนต่างๆ พร้อมอำนวยความสะดวกให้กระบวนการผ่านแดนเป็นไปอย่างรวดเร็วและถูกต้องตามข้อกำหนดของแต่ละประเทศ”

“นอกเหนือจากกองรถบรรทุกของบริษัทเองแล้ว เรายังมีรถบรรทุกของพันธมิตรท้องถิ่น ทั้งในมาเลเซีย สิงคโปร์ และกลุ่มประเทศ CLMVT ซึ่งได้ผ่านการคัดเลือกตามเกณฑ์และมาตรฐานของบริษัทฯ รวมทั้งหมดมากกว่า 300 คัน เพื่อให้มั่นใจว่าการให้บริการในทุกประเทศจะอยู่ในมาตรฐานเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้น พนักงานขับรถของบริษัทฯ ทุกคนยังได้รับการอบรมขับขี่เชิงป้องกันทุกปี เพื่อให้พร้อมรับมือกับเส้นทางขนส่งใหม่ๆ ที่มีความท้าทายและยากสำหรับการเข้าถึงอยู่เสมอ” คุณสมรรถพล กล่าวเสริม
หนึ่งในบริการที่โดดเด่นของบริษัท คือ LTL Consolidation หรือการรวบรวมสินค้าจากหลายต้นทาง ไม่ว่าจะเป็นโรงงาน คลังสินค้า ท่าเรือ หรือสนามบิน เพื่อส่งต่อไปยังปลายทาง ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยเครือข่ายบริการที่กว้างขวาง Kingcross ยังเป็นบริษัทแรกที่ให้บริการ LTL Consolidation Ranong ขนส่งผ่านเส้นทางทางบกต่อไปยังท่าเรือระนอง ก่อนจะเชื่อมต่อไปยังกลุ่มประเทศ BIMSTEC และทั่วโลก ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนและระยะเวลาในการขนส่งให้กับลูกค้าได้อย่างมีนัยสำคัญ

ขณะเดียวกัน Kingcross ยังมีบริการ 2Door Express บริการขนส่งด่วนสำหรับพัสดุขนาดเล็กสู่ปลายทางทั่วโลก พร้อมบริการด้านเอกสารและการขอใบอนุญาตต่างๆ แบบครบวงจร ช่วยลดความยุ่งยากในการดำเนินงานของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คุณปัญจลักษณ์ ศิริโชติวณิชย์ ผู้จัดการประจำ 2Door Express กล่าวว่า “เราสามารถส่งพัสดุขนาดเล็ก เช่น ซองเอกสาร ไปจนถึงมือลูกค้าหน้าประตูตามชื่อบริการ 2Door (To Door) ในพื้นที่ที่เข้าถึงยากและห่างไกลได้จริง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมืองตองจี ประเทศเมียนมา เราได้ให้บริการส่งพัสดุถึงมือลูกค้า (last-mile delivery) ถึงโรงแรมบนภูเขา โดยสินค้าของลูกค้าจะปลอดภัยไร้ความเสียหาย เพราะเราใส่ใจในทุกขั้นตอน นับตั้งแต่การรีแพ็คสินค้าโดยทีมงานของเราเอง ไปจนถึงการขนส่งปลายทาง”
Tech-Driven Operations, Safety-Focused Standards
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริการของ Kingcross ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า คือการนำเทคโนโลยีเข้ามายกระดับประสิทธิภาพการขนส่งและความปลอดภัย โดยคุณสมรรถพลได้รับการรับรองเป็นผู้จัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่งทางถนน หรือ Transport Safety Manager (TSM) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลนโยบายความปลอดภัย การป้องกันอุบัติเหตุ การบริหารต้นทุน และการดูแลสุขภาวะของพนักงานขับรถ
“Kingcross ให้ความสำคัญกับแนวคิด Safety Well-Being Technology ซึ่งมองว่าความปลอดภัยไม่ใช่เพียงเรื่องของกฎระเบียบ แต่เป็นการดูแลคุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมการทำงานของพนักงานทุกคน โดยเฉพาะพนักงานขับรถที่ถือเป็น ‘ผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่ง’ มากกว่าจะเป็นเพียงผู้ปฏิบัติงานทั่วไป” คุณสมรรถพล กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้นำระบบ AI-Powered Telematics มาใช้ในการบริหารจัดการรถขนส่ง เพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสภาพรถและพฤติกรรมการใช้งาน รวมถึงระบบ Predictive Maintenance ที่สามารถคาดการณ์การซ่อมบำรุงล่วงหน้า ช่วยลดโอกาสเกิดความเสียหายระหว่างปฏิบัติงานและลดผลกระทบต่อการส่งมอบสินค้า อีกทั้งยังมีระบบติดตามพฤติกรรมผู้ขับขี่ เพื่อประเมินความปลอดภัยในการขับรถ พร้อมระบบให้คะแนนและฟีดแบ็กแก่พนักงาน ช่วยสร้างแรงจูงใจและวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยในองค์กรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลลัพธ์ที่สะท้อนความสำเร็จของแนวทางดังกล่าว คือสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนของบริษัทที่เป็นศูนย์ (Zero Accident) นับตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจจนถึงปัจจุบัน
ในด้านการติดตามสถานะสินค้า บริษัทได้นำระบบ GPS และ e-Lock System มาใช้ในการติดตามรถและตู้สินค้าแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยบริษัทฯ มองว่าหัวใจสำคัญของการให้บริการคือระบบ KC Job Management ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่บริษัทฯ พัฒนาและปรับแต่ง (customize) ขึ้นโดยเฉพาะ ช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสถานะสินค้าได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วผ่านช่องทาง Omni-channel ทั้ง Email, Line, WeChat และ Telegram นอกจากนี้ Kingcross ยังมีทีม CS Monitor ระดับมืออาชีพคอยดูแลชิปเมนท์และให้การสนับสนุนอย่างใกล้ชิด เพื่อการันตีว่าทุกการขนส่งจะเต็มไปด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส ปลอดภัย และถึงปลายทางอย่างแม่นยำ
คุณสมรรพล กล่าวว่า “Kingcross ยกระดับการดำเนินงานสู่มาตรฐานสากล ISO 39001 พร้อมขับเคลื่อนด้วยระบบ Data Dashboard และกลยุทธ์ Decarbonization ผ่านโครงการ Eco Move ร่วมกับกองโลจิสติกส์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เพื่อลดต้นทุนและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปัจจุบันเราได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ด้วยการทวนสอบคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายธุรกิจยั่งยืนและตอบโจทย์มาตรฐานที่เข้มงวดของกลุ่มลูกค้าระดับโลกภายในปี 2030 ซึ่งเราพร้อมแล้วตั้งแต่วันนี้”
Investing in Talent, Building for the Future

นอกเหนือจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีแล้ว Kingcross ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโต โดยบริษัทฯ มีทีมงานคุณภาพที่สามารถสื่อสารได้หลากหลายภาษา ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษ จีน เมียนมา หรือเวียดนาม ทำให้การประสานงานกับลูกค้าและพันธมิตรในแต่ละประเทศเป็นไปอย่างราบรื่นและเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เรายังเน้นย้ำการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง โดยจัดให้พนักงานจากแผนกต่างๆ ลงพื้นที่เรียนรู้กระบวนการต่างๆ ที่ด่านพรมแดนและเส้นทางการค้า เพื่อเจาะลึกทุกขั้นตอนการทำงานและยกระดับความเชี่ยวชาญในสายอาชีพอย่างแท้จริง
เพื่อเป็นการตอกย้ำมาตรฐานระดับสากล ล่าสุด บริษัทฯ ได้สนับสนุนให้ คุณปัญญารัตน์ บุญเสนอ (CS Team Lead) เข้ารับการอบรมจากสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) จนสำเร็จหลักสูตรและคว้าใบรับรอง IATA DGR-Certified ด้านการจัดการขนส่งสินค้าอันตรายทางอากาศ ด้วยคะแนนทดสอบสูงถึง 96 เปอร์เซ็นต์ ความสำเร็จนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ตอบรับกับข้อกำหนดใหม่ของกรมการบินพลเรือน ซึ่งระบุให้ผู้ให้บริการจัดการขนส่งสินค้าอันตรายทางอากาศต้องได้รับอนุญาตโดยตรง
การไม่หยุดนิ่งที่จะลงทุนด้านองค์ความรู้และพัฒนาทักษะบุคลากร จึงไม่เพียงแต่ยกระดับศักยภาพและมาตรฐานการบริการของบริษัทฯ เท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของ Kingcross ในการสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้าอย่างยั่งยืนในระยะยาวด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้บริษัทฯ จะมีบุคลากรที่เพียบพร้อม มีศักยภาพทางการแข่งขันสูง และมีขีดความสามารถในการปฏิบัติการที่พร้อมรองรับลูกค้าได้อย่างเต็มที่ แต่คุณวรัญญาได้เน้นย้ำถึงจริยธรรมทางธุรกิจที่บริษัทฯ ยึดถืออย่างหนักแน่นผ่านมาตรการที่เป็นรูปธรรมว่า “หนึ่งในหัวใจสำคัญที่ทำให้เราได้รับความไว้วางใจในฐานะ ASEAN Regional Player คือความซื่อสัตย์ต่อพันธมิตร แม้บริษัทฯ จะให้บริการทั้งกลุ่มผู้รับจัดการขนส่งสินค้า (forwarders) และผู้ผลิตโดยตรง (end-users) แต่เรายึดมั่นในนโยบาย Non-Circumvention หรือการไม่ข้ามหน้าคู่ค้า โดยเราจะไม่เข้าหาลูกค้าของพันธมิตรโดยตรงอย่างเด็ดขาด แต่จะมุ่งสร้างข้อตกลงอย่างโปร่งใสร่วมกันตั้งแต่ต้น เพื่อปกป้องผลประโยชน์อย่างยั่งยืนและเติบโตไปพร้อมกับพันธมิตรในระยะยาว”


Leading the Future of Regional Logistics
แม้ Kingcross Logistics จะสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี แต่บริษัทฯ ยังคงปักหมุดพัฒนาองค์กรอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งการขยายเครือข่ายการขนส่ง การลงทุนในเทคโนโลยี การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพบุคลากร
คุณวรัญญากล่าวทิ้งท้ายถึงหมุดหมายสำคัญในอนาคตว่า “เป้าหมายในระยะต่อไปของเรา คือการขยายเครือข่ายการให้บริการไปยังปลายทางใหม่ๆ ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น พร้อมยกระดับขีดความสามารถเพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าระดับโลก ที่มุ่งเน้นเรื่องมาตรฐาน ความโปร่งใส และความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจเป็นสำคัญ”
จากจุดเริ่มต้นของบริษัทโลจิสติกส์สัญชาติไทย สู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบระดับภูมิภาค วันนี้ Kingcross กำลังพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การทำงานเชิงลึกในพื้นที่ผสานกับมาตรฐานระดับสากล (Local Insights, Global Standards) ควบคู่ไปกับคุณภาพการบริการ ความปลอดภัย การพัฒนาบุคลากร และความซื่อสัตย์ต่อพันธมิตร คือกุญแจดอกสำคัญที่จะขับเคลื่อนและผลักดันอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทยให้เติบโตในเวทีโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

KINGCROSS LOGISTICS
90/4 Plex Bangna, Moo 15, Bangkaew, Bangphli, Samutprakarn, Thailand 10540
Tel: Office 02-115-6635 / Sales & Marketing: 096-265-4459 / 2Door Express: 085-399-4445
E-mail: [email protected], [email protected]
พบกับ Kingcross ได้ที่งาน Vietnam International Logistics Exhibition 2026 (VILOG), Ho Chi Minh City ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม – 1 สิงหาคมนี้
อัพเดตข่าวสารและบทความที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก่อนใคร ผ่าน Line Official Account @Logistics Mananger เพียงเพิ่มเราเป็นเพื่อน @Logistics Manager หรือคลิกที่นี่















