จากจุดเริ่มต้นในฐานะผู้ให้บริการด้านพิธีการศุลกากรและภาษีอากรในปี 1987 สู่บทบาทผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรในปัจจุบัน Acutech ฉลองความสำเร็จในวาระครบรอบสี่ทศวรรษ พร้อมต่อยอดการเติบโตจากรุ่นสู่รุ่น เร่งเดินหน้าส่งมอบบริการที่เชื่อถือได้ คุ้มค่า และมีประสิทธิภาพสูงสุดแก่ลูกค้า
ท่ามกลางสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว อุตสาหกรรมโลจิสติกส์จำเป็นต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับความผันผวนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม Acutech ผู้ยังคงยืนหยัดเคียงข้างลูกค้าอย่างมั่นคงมาตลอด 40 ปี ด้วยความเชี่ยวชาญบนรากฐานความรู้และความเข้าใจในอุตสาหกรรมฯ อย่างลึกซึ้ง โดยในปีที่จะถึงนี้ บริษัทฯ กำลังก้าวสู่บทใหม่ด้วยการส่งต่อวิสัยทัศน์แก่ผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรงที่พร้อมเข้ามาขับเคลื่อนและต่อยอดความสำเร็จของ Acutech ให้เติบโตอย่างยั่งยืนในฐานะผู้ให้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำของประเทศไทย

เนื่องในโอกาสการบรรลุหลักชัยสำคัญครบรอบ 40 ปี ของ Acutech นิตยสาร LM มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณษมาธา เมธีพุทธิ กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยคุณจารุชา เมธีพุทธิ และคุณกษิดิ์เดช เมธีพุทธิ ผู้จัดการทั่วไปและผู้บริหารรุ่นใหม่ของ Acutech เกี่ยวกับเส้นทางการดำเนินงานของบริษัทฯ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนครบรอบสี่ทศวรรษแห่งความสำเร็จ พร้อมเจาะลึกแนวทางการบริหารธุรกิจภายใต้การนำของผู้บริหารรุ่นใหม่ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของ Acutech ต่อไปในอนาคต
Four Decades of Growth and Success
Acutech มีจุดเริ่มต้นทางธุรกิจที่โดดเด่นและแตกต่างจากผู้ให้บริการโลจิสติกส์ทั่วไป โดยในระยะแรกของการก่อตั้งบริษัทฯ เมื่อปี 1987 บริษัทฯ ได้เริ่มต้นจากการให้บริการเกี่ยวกับกิจกรรมด้านภาษีอากรต่างๆ อาทิ สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรของกรมศุลกากร มาตรการลดหย่อน ยกเว้น หรือคืนภาษีอากรขาเข้าและขาออก เพื่อช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการและส่งเสริมการส่งออก รวมถึงสิทธิประโยชน์ทางการค้า เพื่อช่วยลดหรือยกเลิกภาษีนำเข้าให้แก่ผู้ประกอบการไทย ช่วยให้สินค้าไทยมีราคาถูกลงและแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้ดีขึ้น โดยเน้นการใช้สิทธิ์ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) และระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) กรมการค้าต่างประเทศ ซึ่งนับเป็นงานที่ต้องอาศัยความถูกต้องแม่นยำ ความเชี่ยวชาญ และปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ในยุคที่ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ยังอยู่อย่างจำกัด Acutech ถือเป็นผู้บุกเบิกรุ่นแรกๆ และได้สั่งสมประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการภาษีและค่าใช้จ่ายแฝง ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนการนำเข้า-ส่งออกของลูกค้าได้อย่างมีนัยสำคัญ
จากจุดเริ่มต้นดังกล่าว Acutech เล็งเห็นถึงความสำคัญของการบริหารต้นทุนของลูกค้าซึ่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับค่าขนส่งเพียงอย่างเดียว แต่สิทธิประโยชน์ทางศุลกากรและโครงสร้างภาษีก็มีต่อต้นทุนและความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจเช่นกัน ด้วยความเข้าใจนี้ Acutech จึงขยายบทบาทจากผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีและศุลกากร สู่การเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์และโซลูชันผ่านพิธีการศุลกากรแบบครบวงจร เพื่อนำเสนอบริการที่ตอบโจทย์การบริหารจัดการซัพพลายเชนของลูกค้าได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ตลอดสี่ทศวรรษที่ผ่านมา Acutech ได้เดินหน้าขยายขอบเขตการให้บริการอย่างต่อเนื่อง จากการให้บริการด้านภาษีและพิธีการศุลกากร ต่อยอดสู่การให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ทั้งทางทะเล ทางอากาศ และการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน รวมถึงการบริหารจัดการคลังสินค้าและบริการด้านโลจิสติกส์อื่นๆ เพื่อส่งมอบทางเลือกที่คุ้มค่าและทรงประสิทธิภาพสูงสุดแก่ลูกค้า
นอกเหนือจากการพัฒนาขีดความสามารถด้านการให้บริการแล้ว Acutech ยังให้ความสำคัญกับมาตรฐานการดำเนินงานระดับสากล โดยบริษัทฯ ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 ทั้งยังได้รับการรับรองเป็นผู้ประกอบการระดับมาตรฐาน AEO (Authorized Economic Operator) จากกรมศุลกากร รวมถึงการเป็นสมาชิกสามัญของสมาคมตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศไทย (TAFA) สมาชิกสามัญของสมาคมตัวแทนออกของรับอนุญาตไทย (TACBA) และสมาชิกของ JCtrans เครือข่ายและแพลตฟอร์ม B2B ระดับโลกสำหรับธุรกิจตัวแทนรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศพร้อมทีมที่ปรึกษาซึ่งมีประสบการณ์ด้านศุลกากรโดยตรง ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าทุกการดำเนินงานของ Acutech ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง แม่นยำ และเป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ปัจจุบัน Acutech พร้อมให้บริการด้วยเครือข่ายสำนักงานในจุดยุทธศาสตร์ ทั้งเอกมัย แหลมฉบัง สุวรรณภูมิ และคลังสินค้าทั่วไป ขับเคลื่อนด้วยบุคลากรผู้เชี่ยวชาญกว่า 250 คนที่พร้อมมอบบริการให้แก่ลูกค้าอย่างครบวงจร ตั้งแต่การวางแผนด้านภาษีและศุลกากร การนำเข้า-ส่งออก การขนส่ง การบริหารคลังสินค้า การกระจายสินค้า รวมถึงการขนส่งสินค้า ทั้งทางถนน ทางทะเล ทางอากาศซึ่งได้รับอนุญาตให้ขนส่งสินค้าอันตรายจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) และการขนส่งข้ามพรมแดน ไปจนถึงการให้คำแนะนำและแก้ปัญหาต่างๆ และบริการด้านการจัดการซัพพลายเชนอื่นๆ ซึ่งล้วนตอกย้ำถึงการเป็นบริษัทผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจรอย่างแท้จริง


Going Beyond with a New Generation
หัวใจสำคัญที่ Acutech ยึดมั่นและใช้เป็นวิสัยทัศน์หลักในการดำเนินงานมาโดยตลอดคือความไว้วางใจของลูกค้าและการไม่หยุดพัฒนาตัวเอง นับตั้งแต่จุดเริ่มต้น บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับความถูกต้อง ความซื่อสัตย์ และความรับผิดชอบ ซึ่งมีผลกระทบต่อธุรกิจของลูกค้าโดยตรง โดย DNA นี้ได้ถูกส่งต่อมายังผู้บริหารรุ่นใหม่ของบริษัทฯ ที่พร้อมนำประสบการณ์กว่า 40 ปีมาบูรณาการเข้ากับแนวคิดและนวัตกรรมใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ หรือการดำเนินนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงและความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษามาตรฐานและคุณภาพที่ลูกค้าไว้วางใจมาโดยตลอด นับเป็นการต่อยอดและยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานจากรากฐานอันแข็งแกร่งได้อย่างไร้รอยต่อ

จากความสำเร็จของ Acutech ภายใต้การบริหารงานของผู้บริหารรุ่นบุกเบิก มาสู่ผู้บริหารรุ่นใหม่อย่างคุณจารุชาและคุณกษิดิ์เดช บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งด้วยความเชื่อว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียวไม่สามารถสร้างความยั่งยืนได้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการสร้างประสิทธิภาพสูงสุดในการดำเนินงาน โดยในบทใหม่นี้ Acutech ได้วางกลยุทธ์ยกระดับคุณภาพและการบริหารต้นทุน เพื่อรักษามาตรฐานการดำเนินงานและยกระดับการให้บริการลูกค้าผ่านการลงทุนในระบบบริหารคุณภาพ การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำหนดมาตรฐานการทำงานในทุกขั้นตอน ทั้งยังมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดความผิดพลาด ควบคู่ไปกับการผนึกกำลังกับเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลก เพื่อให้สามารถควบคุมต้นทุนและรักษามาตรฐานการบริการได้อย่างสม่ำเสมอ
“สำหรับ Acutech ลูกค้าไม่ใช่เพียงผู้ใช้บริการ แต่เป็น ‘พันธมิตร’ ที่เติบโตเคียงข้างกัน โดยความสัมพันธ์และความไว้วางใจอันแน่นแฟ้นที่ก่อตัวขึ้นตลอด 40 ปีที่ผ่านมานี้ ถือเป็นรากฐานอันแข็งแกร่งที่ขับเคลื่อนให้ Acutech เติบโตและยืนหยัดได้อย่างมั่นคง ไม่ว่าบริบทของโลกธุรกิจจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร Acutech จะยังคงเป็นพันธมิตรที่พร้อมให้คำปรึกษา ยืนหยัดเคียงข้างแก้ปัญหา และร่วมผลักดันทุกความสำเร็จของลูกค้าในทุกสถานการณ์” คุณษมาธา กล่าว
Innovating for the Future

เทคโนโลยีถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ยุคใหม่ Acutech จึงได้ลงทุนพัฒนาระบบดิจิทัลเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างลูกค้า หน่วยงานภาครัฐ และเครือข่ายพันธมิตร ส่งผลให้การดำเนินงานมีความรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รวบรวมข้อมูลต่างๆ มาวิเคราะห์เพื่อช่วยวางแผนการขนส่ง การบริหารต้นทุน และการติดตามสถานะสินค้าแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้า
“ในยุคที่สังคมกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลมากขึ้น สิ่งที่เปลี่ยนไปคือเครื่องมือและวิธีการทำงานที่ถูกยกระดับให้มีความรวดเร็ว แม่นยำ โปร่งใส และตรวจสอบได้ แต่สิ่งที่จะไม่เปลี่ยนแปลงไปคือมาตรฐานความถูกต้องและความรับผิดชอบที่เราให้ความสำคัญตลอดมา ลูกค้าจึงสามารถวางใจได้ว่าพวกเขาจะได้รับการดูแลเอาใส่ใจอย่างดีและได้รับการบริการที่ถูกต้องแม่นยำเสมอ” คุณกษิดิ์เดช กล่าว
ยิ่งไปกว่านั้น บริษัท Acutech ยังได้วางแผนเดินหน้าลงทุนในเทคโนโลยีด้าน Digital Logistics และ AI มากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการและรองรับความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัลต่อไป
Advancing Green Logistics and People Development
Acutech เชื่อมั่นว่าการเติบโตทางธุรกิจที่ยั่งยืนไม่อาจแยกออกจากความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมได้ ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯ จึงมุ่งดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ ทั้งการส่งเสริมให้มีการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนการใช้กระดาษ การวางแผนเส้นทางขนส่งอัจฉริยะเพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงและการปล่อยคาร์บอน การบริหารพื้นที่บรรทุกสินค้าให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตลอดจนการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แม้จะเป็นเพียงก้าวเล็กๆ แต่บริษัทฯ มองว่าการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรมจะกลายเป็นรากฐานสำคัญที่นำไปสู่การเป็น Green Logistics ที่มั่นคงได้ในอนาคต
นอกเหนือจากความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว Acutech ยังเชื่อว่าความสำเร็จขององค์กรเริ่มต้นจากบุคลากรซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง บริษัทฯ จึงลงทุนพัฒนาศักยภาพพนักงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านความรู้ทางวิชาชีพ กฎหมายศุลกากร การค้าระหว่างประเทศ เทคโนโลยี และทักษะการบริหารจัดการ พร้อมทั้งสนับสนุนให้บุคลากรเข้ารับการอบรมจนได้รับการรับรองจากองค์กรวิชาชีพต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความเชี่ยวชาญและความน่าเชื่อถือสูงสุดในการปฏิบัติงาน
ยิ่งไปกว่านั้น Acutech ยังให้ความสำคัญกับการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเติบโตไปพร้อมกับองค์กร เพราะบุคลากรที่มีคุณภาพคือปัจจัยสำคัญที่สุดในการสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้า การบูรณาการระหว่างความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาบุคลากร Acutech จึงไม่เพียงสร้างการเติบโตทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนแก่สังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย


Building on 40 Years of Experience
ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา Acutech ได้สั่งสมประสบการณ์และวางรากฐานที่แข็งแกร่งในธุรกิจโลจิสติกส์และพิธีการศุลกากรมาอย่างต่อเนื่อง และในก้าวต่อไป บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนาองค์กรเพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน Integrated Logistics & Customs Solutions ในระดับภูมิภาค เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปตามบริบทการค้าโลกที่มีความซับซ้อนและท้าทายมากยิ่งขึ้น

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว Acutech จะเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่องในสามด้านหลัก ได้แก่ เทคโนโลยี บุคลากร และนวัตกรรม พร้อมทั้งขยายขอบเขตการให้บริการที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นบริการที่ปรึกษาด้านศุลกากร การวางแผนสิทธิประโยชน์ทางภาษี การบริหารจัดการซัพพลายเชน ตลอดจนการพัฒนา Digital Logistics เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และช่วยให้ลูกค้าสามารถแข่งขันได้อย่างมีศักยภาพในตลาดโลก
คุณจารุชา กล่าวทิ้งท้ายว่า “ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา Acutech ไม่เคยหยุดก้าวไปข้างหน้าและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง จากจุดเริ่มต้นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีและพิธีการศุลกากร วันนี้เราได้ยกระดับสู่การเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร ที่ผสานรากฐานความเชี่ยวชาญอันยาวนานเข้ากับโซลูชันนวัตกรรมสำหรับธุรกิจยุคใหม่ เพราะเราเชื่อมั่นว่า ไม่ว่าบริบทของโลกโลจิสติกส์จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร แต่เป้าหมายหลักที่ Acutech ยึดมั่นเสมอมา ยังคงเป็นการให้บริการในฐานะพันธมิตรที่เคียงข้าง สร้างความไว้วางใจ และพร้อมเติบโตไปอย่างยั่งยืนร่วมกับลูกค้าของเรา ตั้งแต่วันแรกมาจนวันนี้”

อัพเดตข่าวสารและบทความที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก่อนใคร ผ่าน Line Official Account @Logistics Mananger เพียงเพิ่มเราเป็นเพื่อน @Logistics Manager หรือคลิกที่นี่















