สถานการณ์การค้าระหว่างประเทศสามารถพลิกผันได้อย่างรวดเร็วเพียงชั่วพริบตา ไม่ว่าจะด้วยสภาพภูมิอากาศ อุบัติเหตุบนท่าเรือ ตลอดจนอุปสรรคด้านการปฏิบัติการที่คาดไม่ถึง ล้วนส่งผลต่อสินค้าในระหว่างขั้นตอนการขนส่งทั้งทางบกและทางทะเลได้ทุกเมื่อ โซลูชัน MSC Extended Protection (EPR) จึงได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยลดความสูญเสียทางการเงิน ในกรณีที่เกิดการสูญเสียหรือความเสียหายของสินค้า พร้อมการเคลมที่สะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส

ในฐานะสายการเดินเรือขนส่งตู้สินค้ารายใหญ่ที่สุดของโลก MSC มีรากฐานที่มั่นคงในประเทศไทย ทั้งจากการปฏิบัติการขนส่งสินค้าผ่านท่าเรือแหลมฉบังที่สม่ำเสมอ และฐานการดำเนินงานในกรุงเทพฯ ด้วยเครือข่ายระดับโลกของ MSC และทีมงานประจำประเทศไทย ลูกค้าจะได้รับการดูแลและสนับสนุนอย่างใกล้ชิดเพื่อช่วยให้ธุรกิจเติบโต โดยเฉพาะผู้ส่งออกสินค้าในหลายอุตสาหกรรมที่กำลังมองหาความคุ้มครองและความไว้วางใจที่มากยิ่งขึ้นในทุกเส้นทางการขนส่ง

Mr. Gaspard Vandamme กรรมการผู้จัดการ บริษัท MSC Thailand

โซลูชัน EPR ของ MSC ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านความคุ้มครองสินค้าที่เรียบง่ายและรวดเร็ว แม้ว่าความเสี่ยงในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์โลกจะยังคงเดิม ทว่าวิธีการที่ลูกค้าได้รับการชดเชยจากเหตุไม่คาดคิดได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งโซลูชัน EPR ได้ถูกออกแบบเพื่อเข้ามาขจัดภาระด้านเอกสารและความยุ่งยากที่มักพบในประกันภัยสินค้าทางทะเลแบบดั้งเดิม

“การนำเสนอ EPR ในรูปแบบของบริการมูลค่าเพิ่มเกิดจากการที่เรารับฟังความต้องการของลูกค้า” Mr. Gaspard Vandamme กรรมการผู้จัดการ บริษัท MSC Thailand กล่าว “ลูกค้าแจ้งให้เราทราบว่าต้องการความชัดเจน ความยืดหยุ่น ความสะดวกสบาย และความรวดเร็วในการแก้ปัญหา เราจึงพัฒนาโซลูชัน EPR มาเพื่อตอบโจทย์และแก้ปัญหาเหล่านี้โดยตรง”

What Sets EPR Apart

โซลูชัน MSC Extended Protection ไม่ได้เป็นเพียงผลิตภัณฑ์ทั่วไปในท้องตลาด แต่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายที่ลูกค้าต้องเผชิญเมื่อใช้ประกันสินค้าแบบดั้งเดิม หนึ่งในข้อได้เปรียบสำคัญของโซลูชันนี้คือการเป็นโซลูชันแบบครบวงจร (One-stop shop) ที่ครอบคลุมความคุ้มครองมูลค่าสินค้าทั้งแบบบางส่วนและเต็มจำนวนมูลค่าของสินค้า

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของโซลูชัน EPR คือความโปร่งใส ผู้ขนส่งสินค้าชาวไทยมักจะประสบกับโครงสร้างราคาที่มาพร้อมค่าใช้จ่ายแฝง แต่ EPR นำเสนออัตราค่าบริการที่ชัดเจนเพียงราคาเดียวโดยไม่มีสิ่งซ่อนเร้น ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบใบเสนอราคาผ่านช่องทางการจองปกติหรือหน้าแดชบอร์ด myMSC โดย EPR จะถูกแสดงเป็นตัวเลือกในระหว่างกระบวนการจองเรือหรือในช่วงจัดทำ Shipping Instruction ทั้งยังช่วยลดขั้นตอนการยื่นเอกสารและยกระดับความคุ้มครองขึ้นไปอีกระดับได้ในไม่กี่คลิก

ตั้งแต่การเสนอราคาจนถึงการเคลม ลูกค้าจะได้ประสานงานกับ MSC โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง ซึ่งช่วยหลีกเลี่ยงความล่าช้าที่เกิดขึ้น อีกทั้ง MSC ยังมีทีมงานเฉพาะทางที่พร้อมดำเนินการเคลมภายใน 30 วันทำการ หลังจากได้รับเอกสารครบถ้วน โดยประสบการณ์ที่มีประสิทธิภาพเช่นนี้จะเพิ่มคุณค่าที่แท้จริงให้กับการดำเนินธุรกิจตามตารางเวลาขนส่งสินค้าที่กระชั้นชิด

ด้วยเครือข่ายระดับโลกของ MSC บริการ EPR สามารถให้ความช่วยเหลือและประสานงานด้านความคุ้มครอง พร้อมการสนับสนุนจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญในแต่ละพื้นที่ ดังนั้น ผู้ขนส่งสินค้าชาวไทยจึงได้รับการสนับสนุนจากทีมงานท้องถิ่นที่เข้าใจความคาดหวัง กฎระเบียบ และแนวทางการดำเนินธุรกิจในระดับภูมิภาค

Cargo Protection That Goes the Extra Mile

นโยบายประกันทางทะเลส่วนใหญ่ครอบคลุมเพียงความเสี่ยงทั่วไป อาทิ การเกยตื้น ไฟไหม้ หรือเรือจม ทว่าโซลูชัน EPR มอบความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากกว่าเดิมนอกเหนือจากความคุ้มครองหลักตามเงื่อนไขความคุ้มครองประเภท ICC (A) ข้อแตกต่างที่เด่นชัดยังมาจากความคุ้มครองเพิ่มเติมอีกหลายประการที่ผ่านการคิดมาเพื่อลูกค้าโดยเฉพาะ

ยกตัวอย่างเช่น หากสินค้าเกิดเสียหายระหว่างการตรวจสอบทางศุลกากร ลูกค้าที่ซื้อบริการ EPR จะได้รับการชดเชยค่าเสียหาย หากการรมยาส่งผลต่อชิปเมนท์หรือมีเศษวัสดุที่ต้องถูกกำจัดหลังจากเหตุไม่คาดฝัน ลูกค้าจะได้รับเงินคืนผ่านโซลูชัน EPR สำหรับการสูญเสีย นอกจากนี้ ในกรณีเร่งด่วน ลูกค้าอาจเคลมค่าขนส่งสินค้าทางอากาศเพื่อขนส่งอะไหล่สำรองไปยังปลายทางได้

ไม่เพียงเท่านี้ EPR ยังได้รับการออกแบบให้เหมาะกับประเภทสินค้าที่หลากหลาย ผู้ขนส่งสามารถปกป้องตู้สินค้าทั่วไป ตู้สินค้าควบคุมอุณหภูมิ (ยกเว้นผลไม้สดหรือเภสัชภัณฑ์) ตู้สินค้าที่ผู้ขนส่งเป็นเจ้าของ (SOC) หรือแม้กระทั่งสินค้า Project Cargo และสินค้า Break Bulk ผู้ส่งออกชาวไทยที่จัดการสินค้าในหลากหลายหมวดหมู่ ตั้งแต่ข้าวและยางไปจนถึงเครื่องจักรและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ จะสามารถเลือกความคุ้มครองที่ตรงตามชิปเมนท์แทนที่จะปรับเปลี่ยนกระบวนการขนส่งของตนเองเพื่อให้เข้ากับนโยบายที่ตายตัว

การขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิของประเทศไทยเหมาะสมอย่างยิ่งกับการใช้บริการความคุ้มครองจาก EPR โดยโซลูชันนี้พร้อมตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิเนื่องจากเครื่องปรับอากาศไม่ทำงาน เสีย หรือเหตุขัดข้องที่ยาวนานกว่า 24 ชั่วโมง ซึ่งรายละเอียดเช่นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเมื่อขนส่งอาหารทะเลแช่แข็งหรือสินค้าที่อ่อนไหวต่ออุณหภูมิระยะไกล

End-to-End Confidence

โซลูชัน EPR แตกต่างจากประกันภัยสินค้าทางทะเลแบบดั้งเดิมทั่วไป โดยมอบความคุ้มครองทางภูมิศาสตร์ที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นสำหรับชิปเมนท์ที่อยู่ในขอบเขตความคุ้มครอง โดยรวมถึงการขนส่งที่จัดการโดย MSC หรือ MEDLOG รวมถึงบริษัทผู้รับเหมาที่ได้รับอนุญาต ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าเครือข่ายภาคพื้นจะอยู่ภายใต้สัญญาคนละฉบับ แต่เมื่อใช้บริการขนส่งทางทะเลของ MSC ลูกค้าก็จะได้รับความคุ้มครอง โดยเส้นทางและปลายทางล้วนเป็นไปตามข้อกำหนด

ด้วยเหตุนี้ โซลูชันดังกล่าวจึงช่วยผู้ผลิตในจังหวัดต่างๆ อาทิ เชียงใหม่หรือนครราชสีมา เพื่อขนย้ายสินค้าด้วยรถบรรทุก รถราง หรือเรือบาร์จภายใต้ความคุ้มครองเดียวกัน โดยไม่จำเป็นต้องประสานงานกับผู้ให้บริการหลายราย

นอกจากนี้ ความปลอดภัยยังเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญ สำหรับสินค้ามูลค่าสูง อาทิ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ หรืออาหารแปรรูป โซลูชันนี้จะเป็นดั่งเบาะซับแรงกระแทกหรือผลกระทบที่มาจากการโจรกรรมและความเสียหายขณะขนถ่าย ซึ่งความเสี่ยงทั้งสองอย่างนี้เป็นสิ่งที่ซัพพลายเชนระยะไกลต้องเคยประสบพบเจอ

เมื่อกระบวนการทางศุลกากรของลูกค้าประสบกับอุปสรรค ทีมงานของ MSC ก็พร้อมที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ด้วยความเข้าใจวิธีการทำงานในระดับท้องถิ่นและความสามารถในการแก้ไขปัญหาก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อซัพพลายเชนเป็นวงกว้างได้

Partial Cargo Value Protection with EPR

ชิปเมนท์แต่ละชิปเมนท์ไม่ได้ต้องการความคุ้มครองเต็มรูปแบบเสมอไป MSC จึงมอบความยืดหยุ่นให้ลูกค้าได้เลือกความคุ้มครองตามมูลค่าของสินค้า ทั้งแบบคุ้มครองเพียงบางส่วนและคุ้มครองมูลค่าทั้งหมด สูงสุด 110 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่ารวมของสินค้า (CIF) โดยที่ระยะความคุ้มครองยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ต่างกันเพียงการจ่ายเงินคืนตามมูลค่าของสินค้าที่ระบุ

ตัวอย่างเช่น หากสินค้ามีมูลค่าอยู่ที่ 50,000 เหรียญสหรัฐ และลูกค้าเลือกคุ้มครองมูลค่า 30,000 เหรียญสหรัฐ MSC จะจ่ายเงินคืนให้สูงสุด 30,000 เหรียญสหรัฐตามกรณีการสูญเสียทั้งหมด โดยมูลค่าที่ระบุจะแสดงถึงวงเงินสูงสุดที่ MSC จะมอบให้เพื่อใช้ในการเคลมตามระยะความคุ้มครองของ EPR

เมื่อความคุ้มครองเพียงบางส่วนก็เพียงพอ

ความคุ้มครองเพียงบางส่วนอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมในหลายสถานการณ์

  • เพื่อชดเชยค่าเสียหายส่วนแรกหรือกำจัดข้อยกเว้นในนโยบายประกันสินค้าทางทะเลแบบเดิม รวมทั้งความเสี่ยงด้านสงคราม
  • เพื่อควบคุมต้นทุนขณะที่ยังคงได้รับความคุ้มครองในระดับที่เหมาะสม
  • พื่อลดขั้นตอนการเคลมด้วยการประสานงานกับทีมงาน MSC โดยตรง หลีกเลี่ยงผลกระทบต่อบันทึกประกันหลัก

Seamless Protection and Confidence

ความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ทั้งหมดล้วนมีอยู่บนแพลตฟอร์ม myMSC ซึ่งผู้ขนส่งสามารถใช้งานโซลูชัน EPR ได้เพียงไม่กี่คลิกระหว่างขั้นตอนการจองเรือหรือในช่วงจัดทำ Shipping Instruction ด้วยการผสานกับกระบวนการดิจิทัลอย่างลงตัว โซลูชันนี้จะขจัดช่องว่างตั้งแต่แรกเริ่ม พร้อมรับประกันว่าสินค้าจะได้รับความคุ้มครองเป็นอย่างดีเช่นเดียวกับชิปเมนท์อื่นๆ

ในขณะที่ตลาดการค้าระดับโลกเผชิญกับความผันผวน โซลูชัน MSC EPR ช่วยให้ธุรกิจขับเคลื่อนเดินหน้าได้อย่างมั่นใจ สามารถเข้าถึงความคุ้มครองระดับมืออาชีพได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมบริการที่สอดคล้องกับบริบทการค้าไทยอย่างไร้รอยต่อ

ทีมงาน MSC Thailand พร้อมสนับสนุนลูกค้าที่มีชิปเมนท์ที่ซับซ้อน หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ [email protected]


อัพเดตข่าวสารและบทความที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก่อนใคร ผ่าน Line Official Account @Logistics Mananger เพียงเพิ่มเราเป็นเพื่อน @Logistics Manager หรือคลิกที่นี่

บทความก่อนหน้านี้TIPS รับโล่ประกาศเกียรติคุณในโครงการ Zero Accident Campaign 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 17
บทความถัดไปToll ร่วมกับ PVH ฉลองความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้วยข้อตกลงระยะยาวฉบับใหม่
Viboonwat Chaidamrongrittikul
A guy with a passion for sharing stories, hoping it brings you positive vibes and inspiration.