สายการเดินเรือ MSC ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำระดับโลกและผู้เชี่ยวชาญในการให้บริการตู้สินค้าควบคุมอุณหภูมิ (Reefer container) ได้ลงทุนในเทคโนโลยี MSC iReefer อันล้ำสมัยเพื่อส่งมอบโซลูชันจัดการซัพพลายเชนแช่เย็นและแช่แข็งให้แก่ลูกค้าทั่วโลก พร้อมขีดความสามารถในการขนส่งตู้ Reefer กว่าสองล้านตู้ต่อปีผ่านเครือข่ายเส้นทางเดินเรือที่เชื่อมต่อสู่ศูนย์กลางการค้าทั่วโลก

สินค้าที่อ่อนไหวต่ออุณหภูมิเป็นสินค้าที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไปเพียงเล็กน้อยระหว่างการขนส่งอาจส่งผลกระทบได้อย่างร้ายแรง ทั้งด้านคุณภาพและความปลอดภัย ดังนั้น กุญแจสำคัญคือการเฝ้าติดตามอย่างระมัดระวังตลอดการขนส่งเพื่อให้สินค้าแช่เย็นและแช่แข็งคงความสดใหม่ได้นานยิ่งขึ้น

โซลูชัน MSC iReefer ได้รับการเปิดตัวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และเพิ่งได้รับการนำเสนอในงาน Seafood Expo Global 2025 เมื่อวันที่ 6-8 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยโซลูชันนี้เป็นระบบเฝ้าติดตามตู้สินค้าที่ก้าวหน้าที่สุดสำหรับตู้ Reefer และด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นใหม่ โซลูชัน MSC iReefer จึงช่วยให้ลูกค้าสามารถติดตามชิปเมนท์สินค้าควบคุมอุณหภูมิได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมเข้าถึงข้อมูลเชิงลึก ทั้งตำแหน่งตู้สินค้า อุณหภูมิ ความชื้น หรือปัจจัยอื่นๆ เพื่อช่วยยกระดับประสิทธิภาพการขนส่ง ลดการสูญเสีย และทำให้ซัพพลายเชนดำเนินไปอย่างราบรื่น

โซลูชัน MSC iReefer มาพร้อม:

ระบบเฝ้าติดตามแบบเรียลไทม์ ช่วยลดความเสี่ยงในการสูญเสียของสินค้า

ความปลอดภัยในการขนส่งที่เพิ่มมากขึ้น

ระบบควบคุมอุณหภูมิอันทันสมัย เพื่อรักษาสภาพที่เหมาะสม สำหรับสินค้าที่อ่อนไหวต่ออุณหภูมิและปัจจัยอื่นๆ

ข้อมูลเชิงลึก อาทิ ตำแหน่งตู้สินค้า อุณหภูมิ เป็นต้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน

ความโปร่งใสที่มากขึ้น พร้อมโครงสร้างที่ตรงตามกฎระเบียบในการขนส่งสินค้า

การเข้าถึงข้อมูลได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน myMSC แพลตฟอร์มที่ปลอดภัยของ MSC

  • MSC iReefer Essential เป็นตัวเลือกพื้นฐานแบบไม่มีค่าใช้จ่าย ที่ให้ข้อมูลเชิงลึกเฉพาะสำหรับการมองเห็นซัพพลายเชน ช่วยให้ลูกค้าสามารถปรับปรุงกระบวนการและตอบสนองต่อปัญหาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  • MSC iReefer Pro เพิ่มความสามารถในการติดตามและตรวจสอบแบบเชิงลึกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่ง GPS ภาพรวมของระบบควบคุมบรรยากาศ (CA) และอุณหภูมิ (CT) รวมถึงการละลายน้ำแข็ง (defrost) ทำให้ลูกค้ามีข้อมูลครบถ้วนเพื่อตัดสินใจและวางแผนความเสี่ยงตลอดเส้นทางการขนส่งได้แม่นยำยิ่งขึ้น
  • MSC iReefer Ultimate รวมทุกฟีเจอร์ของแพ็กเกจ Pro พร้อมเสริมด้วยความสามารถในการเชื่อมต่อเข้ากับระบบของลูกค้าโดยตรงผ่าน API (Application Programming Interface) เพื่อการจัดการข้อมูลที่ราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด

MSC เป็นสายการเดินเรือสำคัญในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้าสำหรับสินค้าควบคุมอุณหภูมิ โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านตู้ Reefer กว่า 1,000 คนทั่วโลก เมื่อผสานความร่วมมือระหว่างบริการทางทะเลกับเครือข่ายภาคพื้น ทำให้สายการเดินเรือฯ สามารถนำเสนอการขนส่งสินค้าถึงหน้าประตูได้อย่างไร้รอยต่อ พร้อมส่งสินค้าตรงถึงทุกปลายทาง รวมถึงพื้นที่ห่างไกลและพื้นที่ที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล

โดยปัจจุบัน สายการเดินเรือ MSC Group ดำเนินงานด้วยความร่วมมือของบุคลากรกว่า 200,000 คนทั่วโลก พร้อมปฏิบัติการ:

  • เรือขนส่งสินค้า 900 ลำ
  • เส้นทางเดินเรือ 300 เส้นทาง
  • เชื่อมต่อท่าเรือปลายทาง 520 แห่งใน 155 ประเทศ

ด้วยเครือข่ายที่กว้างไกลและความเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม MSC จึงกลายเป็นสายการเดินเรือชั้นนำระดับโลก

Mr. Gaspard Vandamme, Managing Director of MSC Thailand

ประเทศไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในการส่งออกสินค้าประเภทของสดเสียง่าย โดยเฉพาะผลไม้สด อาหารทะเล และผัก เป็นผลมาจากความต้องการสินค้าของตลาดการค้าสำคัญ อาทิ ประเทศจีน ญี่ปุ่น และประเทศในทวีปยุโรป ด้วยการขนส่งที่มีระยะไกล การรักษาสินค้าให้สดใหม่และปราศจากการเน่าเสียยังคงเป็นความท้าทายและความสำคัญอันดับต้นๆ สำหรับผู้ส่งออกไทย

Mr. Gaspard Vandamme กรรมการผู้จัดการ บริษัท MSC (Thailand) กล่าวว่า “เราเข้าใจถึงมาตรฐานระดับสูงที่ผู้ส่งออกท้องถิ่นต้องการ โดยเฉพาะเมื่อเป็นสินค้าประเภทของสดเสียง่าย โซลูชัน MSC iReefer จึงเข้ามามีบทบาทเพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถเฝ้าติดตามสินค้าของตัวเอง พร้อมมอบความโปร่งใสและความสามารถในการควบคุมอย่างแม่นยำได้แบบเรียลไทม์”

นอกจากนี้ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานระดับสากล MSC ประจำประเทศไทยได้ให้การสนับสนุนด้านเทคนิคและการตรวจสอบก่อนปล่อยตู้ให้กับลูกค้า (Pre-Trip Inspection) เพื่อสนองต่อความต้องการของผู้ส่งออกผลไม้และอาหารทะเลในประเทศไทย

สายการเดินเรือ MSC มุ่งมั่นลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากกิจกรรมทางโลจิสติกส์ โดยเทคโนโลยีอย่าง MSC iReefer มีส่วนสำคัญในการผลักดันความมุ่งมั่นดังกล่าว เนื่องจากการเฝ้าติดตามโลจิสติกส์ควบคุมอุณหภูมิอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพียงช่วยรักษาคุณภาพของอาหารได้ดียิ่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยลดปริมาณขยะอาหารได้อย่างมากด้วยเช่นกัน


อัพเดตข่าวสารและบทความที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก่อนใคร ผ่าน Line Official Account @Logistics Mananger เพียงเพิ่มเราเป็นเพื่อน @Logistics Manager หรือคลิกที่นี่

บทความก่อนหน้านี้ZIM เปิดตัวสำนักงานใหม่ประจำ Shenzhen
บทความถัดไปCOSCO SHIPPING Specialized Carrier เปิดตัวบริการ BRICS Express เชื่อมจีนสู่ชายฝั่งตะวันออกของอเมริกาใต้
Viboonwat Chaidamrongrittikul
A guy with a passion for sharing stories, hoping it brings you positive vibes and inspiration.