บทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการค้าระดับภูมิภาคได้รับการขับเคลื่อนจากการเจริญเติบโตอย่างมั่นคงของท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งเป็นประตูการค้าทางทะเลน้ำลึกหลักของประเทศ ตลอดระยะเวลากว่าสามทศวรรษ ท่าเรือแหลมฉบังได้รับการพัฒนาจนก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในท่าเรือตู้สินค้าที่มีปริมาณสินค้าผ่านท่าคับคั่งที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่าเรือแห่งนี้ยังเป็นส่วนสำคัญที่สนับสนุนผู้ผลิต ผู้ส่งออก ตลอดจนสายการเดินเรือระดับโลกในการดำเนินธุรกิจที่ต้องพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพและสามารถคาดการณ์ได้อีกด้วย

อีกหนึ่งในผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนความสำเร็จของท่าเรือแหลมฉบัง คือ กลุ่มบริษัท LCB1 (แอลซีบีวันกรุ๊ป) ซึ่งในปี 2025 นี้เป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะได้เฉลิมฉลองในวาระที่กลุ่มบริษัทฯ ได้ดำเนินกิจการ ณ ท่าเรือแหลมฉบังครบรอบ 30 ปี และได้ร่วมฉลองคุณค่าของความร่วมมืออันยาวนานระหว่างองค์กรในการร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย โดยกลุ่มบริษัท LCB1 ประกอบด้วย บริษัท แอลซีบี คอนเทนเนอร์ เทอร์มินัล 1 จำกัด และบริษัท แอล ซี เอ็ม ที จำกัด ซึ่งทั้งสองบริษัทมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการค้าทางทะเลของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องตลอดมา
นิตยสาร LM ฉบับนี้ มีโอกาสพูดคุยกับ Mr. Kaare Spange (คอร์ สแปงจ์) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท LCB1 (แอลซีบีวันกรุ๊ป) เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับเส้นทางการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับการท่าเรือแห่งประเทศไทย (PAT) และกลยุทธ์ที่วางไว้สำหรับอนาคตขององค์กร ซึ่ง Mr. Spange ได้แบ่งปันข้อมูลเชิงลึกให้เราทราบว่า การยึดมั่นในความน่าเชื่อถือ การสร้างความไว้วางใจ และการลงทุนพัฒนาบุคลากรไทย ล้วนเป็นแนวทางอันเป็นเป้าหมายสำคัญในการดำเนินกิจการของกลุ่มบริษัท LCB1
Partnership and Reliability

สำหรับกลุ่มบริษัท LCB1 ระยะเวลา 30 ปี มิใช่เพียงแค่หมุดหมายหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จในหลักการดำเนินงานต่างๆ ที่กลุ่มบริษัทฯ ยึดถือ กล่าวคือ การทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับ PAT ตลอดระยะเวลา 30 ปี โดยมุ่งเน้นการสร้างสัมพันธไมตรีอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา เคารพซึ่งกันและกัน และตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจได้ระหว่างกัน “เราตั้งใจที่จะดำเนินกิจการอยู่ที่นี่ในระยะยาว ดังนั้น หลักการในการทำงานของเราเรียบง่าย ก็คือ การสร้างความไว้วางใจ การให้เกียรติ และการปฏิบัติอย่างโปร่งใสทั้งต่อหน่วยงานภาครัฐ ลูกค้า และบุคลากรของเรา” Mr. Spange กล่าว
ความน่าเชื่อถือ ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดำเนินกิจการอันเป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ ดังนั้น ด้วยรูปแบบการทำงานที่มีการสื่อสารไปในทิศทางเดียวกันระหว่างคู่ค้าที่เป็นพันธมิตรและหน่วยงานกำกับดูแลต่างๆ กลุ่มบริษัท LCB1 สามารถวางแผนธุรกิจได้อย่างมั่นใจ ลงทุนในเครื่องมือยกขนชิ้นใหม่ และฝึกอบรมบุคลากรได้โดยไม่ต้องกังวลหากเกิดการเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึงในระยะสั้น หลักการนี้ยังถูกนำมาใช้ในการรับมือกับความท้าทายที่ลูกค้าของเราต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นการปรับการปฏิบัติงานหากเรือที่เข้าจอดไม่เป็นไปตามแผน หรือการช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับอุปสรรคด้านซัพพลายเชนให้ผู้ส่งออก โดยความมุ่งมั่นของกลุ่มบริษัทคือการลดความไม่สะดวก และค้นหาแนวทางในการแก้ไขปัญหามากกว่าที่จะเป็นการผลักภาระรับผิดชอบออกไป
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กลุ่มบริษัท LCB1 ได้สร้างความสัมพันธ์ในการทำงานที่แน่นแฟ้น ไม่เพียงกับ PAT เท่านั้น แต่ยังรวมถึงกรมศุลกากรและสำนักนำร่องของกรมเจ้าท่าอีกด้วย ความร่วมมือเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการส่งมอบงานปฏิบัติการเรือที่เป็นไปอย่างราบรื่น ตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงช่วยให้การยกขนสินค้าเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ การแลกเปลี่ยนความคิดริเริ่มและการแก้ไขปัญหาร่วมกันกับหน่วยงานเหล่านี้ ยังช่วยให้กลุ่มบริษัท LCB1 รักษามาตรฐานด้านบริการและความน่าเชื่อถือเอาไว้ได้ในระดับสูง
Mr. Spange กล่าวว่า “เราร่วมงานกับกรมศุลกากรและสำนักนำร่องอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ทุกส่วนของกระบวนการโลจิสติกส์ดำเนินไปได้อย่างไร้รอยต่อ เพราะเรามองว่าแม้การปฏิบัติการท่าเทียบเรือจะมีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่การร่วมมือที่ครอบคลุมทั่วทั้งระบบนิเวศของท่าเรือต่างหากที่สำคัญยิ่งกว่า”


Global Strength, Local Roots
หนึ่งในจุดแข็งที่เห็นได้ชัดของกลุ่มบริษัท LCB1 คือความสามารถในการผสานประสบการณ์ระดับสากลให้เข้ากับบริบทการปฏิบัติการในประเทศไทย ด้วยการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นอย่าง PSA และ APM Terminals กลุ่มบริษัทจึงสามารถเข้าถึงคลังความรู้และความเชี่ยวชาญระดับโลกซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ได้ตามต้องการ ส่งผลให้กลุ่มบริษัท LCB1 มีผลประกอบการที่ทัดเทียมกับท่าเทียบเรือระดับโลกที่มีความคับคั่งและทันสมัยที่สุดได้
“เรามีทีมงานระดับโลกที่คอยช่วยเหลือเราเมื่อเรามีปัญหาหรือข้อสงสัย เพราะหากมีปัญหาใหม่ๆ เกิดขึ้นในประเทศไทย ก็ย่อมมีโอกาสที่ประเด็นปัญหาเหล่านั้นจะเคยเกิดขึ้นที่ประเทศอื่นมาก่อน” Mr. Spange อธิบาย
ในขณะเดียวกัน กลุ่มบริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับรากเหง้าความเป็นไทย โดยนอกจากผู้บริหารชาวต่างชาติสองคน ทีมงานทั้งหมดล้วนเป็นคนไทย และทีมงานเดียวกันนี้เองที่เป็นผู้ส่งมอบประสิทธิภาพขั้นสูงสุด เช่นเดียวกับเครือข่ายทั่วโลกของกลุ่มบริษัทฯ “เรามีการวัดผลมาตรฐานความน่าเชื่อถือ (Reliability) และความสามารถในการปฏิบัติการ (Productivity) เปรียบเทียบกับท่าเทียบเรือทั่วโลก นั่นจึงทำให้เรามั่นใจได้ว่าท่าเทียบเรือแห่งนี้มีประสิทธิภาพอยู่ในระดับสูง โดยมีทีมงานชาวไทยเป็นผู้ส่งมอบผลลัพธ์ดังกล่าว ซึ่งเรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง” Mr. Spange กล่าว
ด้วยความมีเสถียรภาพของทีมพนักงานและการมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง ทำให้ LCB1 Group สามารถลงทุนอย่างต่อเนื่องในด้านการฝึกอบรมและการพัฒนาทักษะแรงงาน อีกทั้งกลุ่มบริษัทฯ ยังมีอัตราการลาออกของพนักงานอยู่ในระดับต่ำ ทำให้มีพนักงานที่ทำงานกับกลุ่มบริษัทมาอย่างยาวนานเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้กลุ่มบริษัทฯ มีคลังความรู้มากมาย และมีความต่อเนื่องในการดำเนินงานซึ่งส่งผลดีทั้งต่อลูกค้าและเครือข่ายโลจิสติกส์โดยรวม



Customer-Centric Solutions
LCB1 Group ให้บริการกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการแตกต่างกันสองกลุ่ม คือ กลุ่มสายการเดินเรือหลัก (Main Line Operators – MLOs) ที่เข้าเทียบท่า ณ ท่าเรือแหลมฉบัง ปัจจัยที่สำคัญที่สุดสำหรับลูกค้ากลุ่มนี้คือความตรงต่อเวลา ประสิทธิภาพในการปฏิบัติการ และความพร้อมด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ในขณะที่กลุ่มสายการเดินเรือในเส้นทาง Intra-Asia ระดับภูมิภาค ให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นเป็นลำดับแรก ซึ่งความสามารถของ LCB1 Group ในการบริหารจัดการท่าเทียบเรือในการรับเรือหลายลำเข้าเทียบท่าพร้อมกัน ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในเรื่องการเทียบท่าได้ทันทีที่เดินทางมาถึง ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่สำคัญ“โดยปกติ เรามีลูกค้าสองกลุ่มที่มาพร้อมโจทย์ที่ต่างกันค่อนข้างมาก” Mr. Spange กล่าว “โจทย์ของกลุ่ม MLO คือ ต้องการประสิทธิภาพและความสม่ำเสมอ ในขณะที่โจทย์ของสายการเดินเรือในเส้นทาง Intra-Asia คือต้องการความยืดหยุ่น ซึ่งการที่เรามีพื้นที่เทียบท่าหลายจุดช่วยให้เกิดความยืดหยุ่นในการให้บริการนั้นได้”

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังแสวงหาแนวทางเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการในพื้นที่หน้าท่า ตัวอย่างเช่น ครั้งหนึ่งเคยมีผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่เจ้าหนึ่งได้รับชิ้นส่วนประกอบที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อแผนการผลิต ในการนี้ LCB1 Group เลือกที่จะไม่ละเลยปัญหา แต่ได้ร่วมมือกับลูกค้าสายเดินเรือในการระงับการขนส่งและเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งสินค้าใหม่ เพื่อให้แน่ใจว่าโรงงานจะไม่ได้รับผลกระทบและสามารถดำเนินการผลิตสินค้าต่อไปได้ “เราไม่ต้องการให้ลูกค้าสูญเสียความต่อเนื่องในการผลิต หากเราช่วยให้ลูกค้ากลับมาดำเนินการตามกำหนดการได้ นั่นคือคุณค่าที่แท้จริงในการส่งมอบบริการสำหรับเรา” Mr. Spange กล่าว
อีกทั้ง LCB1 Group ยังได้นำร่องพัฒนาโซลูชันการปฏิบัติการในบริเวณหน้าท่าที่สำคัญ อย่างแนวคิดทางด่วนสำหรับคนขับรถบรรทุก ซึ่งพัฒนาขึ้นก่อนระบบคิวของ PAT โดยช่วยให้คนขับรถที่จองนัดหมายและมาถึงตรงเวลาได้เข้าสู่ท่าเทียบเรือเร็วขึ้น ซึ่งสำหรับผู้ส่งออกและผู้ประกอบการขนส่งแล้ว การประหยัดเวลาเพียงไม่กี่นาทีหมายถึงประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นและการลดต้นทุนโดยตรง
Sustainability and Technology
LCB1 Group ให้ความสนใจกับการลงทุนในโซลูชันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก ตัวอย่างที่โดดเด่นคือการนำเครนล้อยางรุ่นไฮบริดที่ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้เกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ต่อเครื่องเข้ามาใช้ในการปฏิบัติการ โครงการริเริ่มดังกล่าวได้เสียงตอบรับเชิงบวกอย่างมาก จนมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ได้เข้าเยี่ยมชมความสำเร็จครั้งนี้ด้วยตัวเอง “เราทุ่มเงินทุนจำนวนมากไปกับเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” Mr. Spange กล่าว “ผู้ถือหุ้นต่างผลักดันให้เราดำเนินการลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจก”
ในด้านเทคโนโลยี กลุ่มบริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมากกว่าการใช้ระบบอัตโนมัติ เนื่องจากเทคโนโลยีดิจิทัลจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพโดยไม่แย่งงานของบุคลากร ดังที่มักจะเกิดขึ้นกับการปรับใช้ระบบอัตโนมัติ โดย LCB1 Group ได้ลงทุนในระบบต่างๆ อาทิ การจัดเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์และแพลตฟอร์มนัดหมายรถบรรทุก ซึ่งลดความล่าช้าและเพิ่มความโปร่งใส “การปรับใช้ระบบดิจิทัลเป็นแนวทางที่ต่างออกไป ถ้าเราทำให้แนวทางนี้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ก็ไม่จำเป็นต้องส่งคนขับรถลงไปรับตราประทับเอกสาร ซึ่งนี่เป็นเหตุผลในการลงทุนของเรา” Mr. Spange อธิบาย

People at the Heart

ความสำเร็จของ LCB1 Group มีเบื้องหลังมาจากความภักดีและความสามารถของทีมงานในองค์กร พนักงานหลายคนร่วมงานกับท่าเทียบเรือมานานกว่าหลายสิบปี เฉพาะในปีที่ผ่านมา Mr. Spange ได้ลงนามจดหมายแสดงความยินดีกับการทำงานครบรอบปีนับร้อยฉบับ ทั้งยังมีบุคลากรที่อยู่กับกลุ่มบริษัทมายาวนานถึง 25 ปี “การจ้างงานและการฝึกอบรมพนักงานจนเชี่ยวชาญแล้วมองดูพวกเขาเดินจากไปนับเป็นค่าใช้จ่ายที่สูง ซึ่งความมั่นคงที่เราพูดถึงมาตลอดสะท้อนให้เห็นว่าเราสามารถลงทุนกับบุคลากรของเราได้มากขึ้น และพวกเขาจะยังคงทำงานกับเราต่อไป”
กลุ่มบริษัทฯ ได้จัดฝึกอบรมพร้อมแนวคิด Lean หรือการสร้างคุณค่า ที่จะทำให้การพัฒนาผสานอยู่ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เพียงโครงการใดโครงการหนึ่ง ผลลัพธ์คือคุณภาพของบริการที่สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่สายการเดินเรือระดับโลกให้ความสำคัญ และสำหรับลูกค้า ผลลัพธ์นี้หมายถึงการดำเนินงานที่คาดการณ์ได้ การล่าช้าที่น้อยลง และความมั่นใจในกำหนดการที่เพิ่มมากขึ้น
Community and Responsibility
LCB1 Group วางตัวเป็นกลุ่มบริษัทสัญชาติไทย พร้อมขยายความรับผิดชอบสู่ชุมชนในท้องถิ่น โดยกลุ่มบริษัทฯ ได้แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ผ่านการมุ่งเน้นความร่วมมือกับ PAT ซึ่งแนวทางเช่นนี้จะตอกย้ำแนวคิดในการช่วยเหลือสังคมผ่านความร่วมมือของทั้งท่าเทียบเรือและหน่วยงานราชการ โดย Mr. Spange กล่าวว่า “ตอนที่เราเดินทางไปบริจาคสิ่งของให้กับโรงเรียน เราไปพร้อมกับ PAT ผู้คนจึงได้เห็นความร่วมมือของเรากับการท่าเรือฯ เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือให้กับสังคม”
นอกจากนี้ แนวทางการสรรหาบุคลากรของ LCB1 Group ยังสะท้อนถึงแนวคิดที่ทางกลุ่มบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับชุมชน โดยกลุ่มบริษัทฯ จะให้ความสำคัญกับการจ้างงานจากผู้ที่อยู่ในชุมชนโดยรอบเขตท่าเรือแหลมฉบังเป็นอันดับแรก พร้อมมอบโอกาสในด้านอาชีพการงานที่มั่นคงและโอกาสในการพัฒนาทักษะ ขณะเดียวกัน ลูกหลานของพนักงานบางคนก็มีแนวโน้มที่จะเข้าร่วมกับกลุ่มบริษัทฯ ในอนาคต ด้วยเหตุนี้ LCB1 Group จึงเริ่มเห็นสัญญาณของการส่งต่อความเชี่ยวชาญและความมั่นคงจากรุ่นสู่รุ่น
Looking Ahead
ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน LCB1 Group พร้อมเดินหน้าสู่อนาคตอย่างไม่หยุดยั้ง กลุ่มบริษัทจะเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับ PAT ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น การลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัลและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสนับสนุนลูกค้าในการปรับตัวให้สอดรับกับเงื่อนไขการขนส่งที่มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ โดยจะยังคงสานต่อการพัฒนาบุคลากรไทยและรักษาเสถียรภาพของธุรกิจอย่างที่เป็นมาตลอด 30 ปี
“วางรากฐาน กำหนดทิศทาง สร้างเป้าหมายร่วมของทีมงาน” คำกล่าวนี้เป็นสิ่งที่ Mr. Spange ใช้อธิบายถึงหลักการการบริหารงานที่ตนเองยึดถือ ก่อนจะเสริมว่า “การกระทำสำคัญกว่าคำพูด” ซึ่ง LCB1 Group ตั้งใจแสดงให้เห็นผ่านการดำเนินกิจการว่ากลุ่มบริษัทฯ คือพันธมิตรที่ไว้วางใจได้ในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า

อัพเดตข่าวสารและบทความที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก่อนใคร ผ่าน Line Official Account @Logistics Mananger เพียงเพิ่มเราเป็นเพื่อน @Logistics Manager หรือคลิกที่นี่
















