GEODIS ในฐานะผู้ให้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำระดับโลก ได้ริเริ่มให้บริการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนทางถนนมาตั้งแต่ปี 1995 โดยปีนี้ถือเป็นหลักชัยสำคัญในวาระครบรอบ 30 ปีของการเปิดหน่วยธุรกิจบริการขนส่งสินค้าทางถนนของบริษัทฯ ซึ่งเน้นย้ำถึงนวัตกรรม ความยืดหยุ่น และความมุ่งมั่นที่ไม่เปลี่ยนแปลงเพื่อความสำเร็จของลูกค้าตลอดสามทศวรรษที่ผ่านมา

โดยบริการขนส่งข้ามพรมแดนของ GEODIS สามารถเชื่อมโยงเครือข่ายซัพพลายเชนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปยังประเทศจีน ผ่านเครือข่ายที่ครอบคลุมตั้งแต่สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งเครือข่ายที่เชื่อมโยงทั้งภูมิภาคนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญที่ส่งเสริมกลยุทธ์การขนส่งสินค้าแบบผสมผสานของบริษัทฯ ได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

LM มีโอกาสได้พูดคุยกับ Mr. Venkateswaran Lakshmanan กรรมการผู้จัดการระดับภูมิภาคย่อย ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท GEODIS เกี่ยวกับบริการที่ยืดหยุ่น ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย รวมถึงแนวทางด้านความยั่งยืนที่ช่วยยกระดับขีดความสามารถในการให้บริการและเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าที่ใช้บริการขนส่งข้ามพรมแดนทางถนนของ GEODIS

Responding to Customer Need for Agility, Security & Sustainability

จุดเริ่มต้นของบริการขนส่งสินค้าทางถนนของ GEODIS คือการเล็งเห็นถึงความต้องการของลูกค้าต่อการขนส่งทางบกที่รวดเร็ว ประกอบกับข้อได้เปรียบด้านระยะเวลาการขนส่งที่สั้นกว่าการขนส่งทางทะเล แต่มีประสิทธิภาพด้านต้นทุนมากกว่าการขนส่งทางอากาศ ทำให้บริการดังกล่าวกลายเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนการค้าระหว่างประเทศและช่วยยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับธุรกิจต่างๆ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกได้อย่างมีนัยสำคัญ

Mr. Venkateswaran Lakshmanan

Mr. Venkateswaran กล่าวว่า “ภูมิภาคอาเซียนถือเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของจีน โดยเราได้ริเริ่มเส้นทางขนส่งสินค้าทางถนนของเราจากไทยไปยังมาเลเซีย ก่อนจะขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมสิงคโปร์ เวียดนาม ไปจนถึงจีนและฮ่องกง รวมถึงเกตเวย์หลายแห่งในจีนแผ่นดินใหญ่ เพื่อตอบสนองความต้องการในบริการขนส่งสินค้าทางถนนที่ปลอดภัยและมีวันกำหนดส่งอย่างแน่นอน”

ตลอดสามทศวรรษที่ผ่านมา GEODIS ได้พัฒนาบริการให้สามารถตอบรับกับความต้องการและข้อจำกัดของแต่ละตลาดที่ต่างกัน โดยบริษัทฯ มีทีมตัวแทนดำเนินพิธีการศุลกากรในพื้นที่ พร้อมจัดตั้งศูนย์บริการประจำด่านชายแดนเพื่อเร่งการดำเนินพิธีการทางศุลกากรและลดระยะเวลาในการรอ ด้วยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและการพัฒนาคุณภาพบริการอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้ GEODIS ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในหลายภาคอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมยานยนต์ เทคโนโลยีขั้นสูง สินค้าอุปโภคและบริโภคทั่วทั้งภูมิภาค ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้นำด้านบริการขนส่งสินค้าทางถนนของ GEODIS ได้อย่างชัดเจน

A Road Solution for Every Need

GEODIS เข้าใจถึงความต้องการและข้อจำกัดที่แตกต่างกันของลูกค้า จึงได้พัฒนาบริการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนที่ยืดหยุ่นเพื่อรองรับความต้องการเฉพาะด้านของลูกค้า โดยครอบคลุมทั้งการขนส่งแบบเต็มคันรถ (FTL) และแบบไม่เต็มคันรถ (LTL) บริการจัดการขนส่งสินค้าครบวงจร นับตั้งแต่ขั้นตอนการขนส่ง การผ่านพิธีการศุลกากร ไปจนถึงการจัดส่งในขั้นตอนสุดท้าย (last-mile delivery) รวมถึงการขนส่งสินค้าแบบ door-to-door และบริการเปลี่ยนถ่ายสินค้า (cross-dock service) อีกด้วย

นอกจากนี้ GEODIS ยังได้ออกแบบบริการขนส่งทางถนนที่สามารถตอบโจทย์ทั้งด้านเวลาและงบประมาณของลูกค้า โดยแบ่งออกเป็นสามระดับ ได้แก่ RoadDIRECT บริการขนส่งสินค้าทางถนนแบบครบวงจรที่รวดเร็วที่สุด พร้อมรอบขนส่งทุกวันควบคู่กับบริการ door-to-door บริการ RoadFAST บริการมาตรฐานที่มีกำหนดเวลาการขนส่งที่แน่นอน โดยสามารถจัดส่งสินค้าภายในหนึ่งถึงสองวันหลังได้รับสินค้า และ RoadSAVE บริการเพื่อการขนส่งสินค้าที่ไม่เร่งด่วนและประหยัดต้นทุนโดยจะขนส่งภายในสองถึงสามวันหลังจากได้รับสินค้า ซึ่งสามารถเลือกใช้ควบคู่กับบริการ door-to-door หรือ hub-to-hub ได้ในบริการ RoadFAST และ RoadSAVE

บริการที่หลากหลายและมีตารางกำหนดวันส่งมอบที่แน่นอนเหล่านี้ล้วนเน้นย้ำถึงความตั้งใจของ GEODIS ในการพัฒนาบริการ เพิ่มทางเลือก สร้างความเชื่อมั่น และมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าในทุกขั้นตอนการขนส่งด้วยมาตรฐานด้านความปลอดภัยและความแม่นยำ

Prioritizing Safety and Security

นอกเหนือจากบริการที่หลากหลายและเครือข่ายที่แข็งแกร่งแล้ว GEODIS ยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุดในการขนส่งสินค้า โดยมีการติดตั้งกล้องสองทิศทางและปุ่มฉุกเฉินภายในห้องโดยสาร กล้องตรวจจับความเคลื่อนไหวภายในตู้สินค้า รวมถึงระบบติดตามสถานะการขนส่งแบบเรียลไทม์ผ่านดาวเทียม เพื่อสร้างความโปร่งใสและยกระดับความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับลูกค้าตลอดเส้นทางการขนส่งแม้ในพื้นที่ห่างไกลไม่มีสัญญาณมือถือ

นอกจากนี้ยังมีระบบแจ้งเตือนจากระยะไกลเมื่อมีการเปิดตู้สินค้าที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยจะมีการส่งสัญญาณเตือนทั้งภาพและเสียงเพื่อให้สามารถรับมือกับเหตุการณ์ได้อย่างทันท่วงที

“การลงทุนในเทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นคำมั่นสัญญาของเราในการปกป้องดูแลสินค้าของลูกค้าและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนส่งทุกคน” Mr. Venkateswaran กล่าว

Full End-to-End Control and Visibility

GEODIS ได้นำเสนอโซลูชันการขนส่งสินค้าแบบไร้รอยต่อนับตั้งแต่ขั้นตอนการขนส่ง การผ่านพิธีการศุลกากร ไปจนถึงการจัดส่งในขั้นตอนสุดท้าย (last-mile delivery) รวมถึงการขนส่งสินค้าแบบ door-to-door ด้วยทีมงานที่เชี่ยวชาญซึ่งจะคอยอำนวยความสะดวกในขั้นตอนการเคลื่อนย้ายสินค้าข้ามพรมแดน ควบคู่กับศูนย์ควบคุมที่จะคอยติดตามการขนส่งอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโซลูชันที่ครบวงจรนี้ช่วยลดจุดสัมผัส ลดความเสี่ยง และร่นระยะเวลาการขนส่งโดยรวม ทั้งยังมอบประสบการณ์ในการขนส่งสินค้าที่สามารถติดตามสถานะได้แบบเรียลไทม์และราบรื่นยิ่งขึ้น

Embedding Sustainability

GEODIS เดินหน้าขับเคลื่อนบริการด้วยกลยุทธ์การเติบโตอย่างยั่งยืน โดยปัจจุบันบริษัทฯ ได้เลือกใช้รถบรรทุกมาตรฐาน Euro 5 ในการปฏิบัติการ เพื่อลดการปล่อยก๊าซไนโตรเจนออกไซด์และฝุ่นละออง ควบคู่กับการใช้เชื้อเพลิงไบโอดีเซล ส่งผลให้สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้สูงถึง 25 เปอร์เซ็นต์

นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งชั้นวางแบบ Double-decker ภายในตู้สินค้า เพื่อลดความเสียหายของสินค้าที่อาจเกิดจากการวางซ้อน ทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พื้นที่และลดการปล่อยมลพิษจากท่อไอเสียได้มากถึง 40 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงระบบเพิ่มประสิทธิภาพเส้นทาง (Route-optimization algorithms) ในการจัดลำดับเลือกเส้นทางที่ประหยัดเชื้อเพลิงมากที่สุด เพื่อลดการอ้อมที่ไม่จำเป็นและลดเวลาการจอดรอที่ด่านชายแดน

“ความยั่งยืนถือเป็นแนวทางในปฏิบัติการของเราอย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่สิ่งที่ ‘ถ้ามีก็ดี’ อีกต่อไป” Mr. Venkateswaran กล่าวเพิ่มเติม “เรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอโซลูชันที่ส่งเสริมทั้งประสิทธิภาพและดูแลสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน”

Charting the Next Thirty Years

แม้ GEODIS จะเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 30 ปีของการให้บริการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนทางถนน ซึ่งถือเป็นหลักชัยสำคัญที่สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญ ความมุ่งมั่น และความไว้วางใจที่ได้รับจากลูกค้าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แต่บริษัทฯ ยังคงเดินหน้ายกระดับบริการไม่ว่าจะเป็นการนำรถพลังงานไฟฟ้าเข้ามาใช้ พร้อมพัฒนาระบบการติดตามการขนส่งดิจิทัล ทั้งหมดนี้เพื่อสร้างระบบโลจิสติกส์ที่มีความยืดหยุ่น รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคและระดับโลก และตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไปอย่างไม่หยุดนิ่ง

ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ว่าภูมิภาคอาเซียนจะก้าวขึ้นเป็นแหล่งเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลกภายในปี 2030 ส่งผลให้ GEODIS อยู่ในตำแหน่งที่แข็งแกร่งสำหรับการขับเคลื่อนโลจิสติกส์ทางถนน และเป็นขุมพลังสำคัญในการสร้างความรุ่งเรืองในภูมิภาคด้วย

“ภารกิจของเรายังคงไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือการเป็นพันธมิตรที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของลูกค้า และบริการขนส่งสินค้าที่สร้างสรรค์ ยั่งยืน และมีจริยธรรม” Mr. Venkateswaran เน้นย้ำ


อัพเดตข่าวสารและบทความที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก่อนใคร ผ่าน Line Official Account @Logistics Mananger เพียงเพิ่มเราเป็นเพื่อน @Logistics Manager หรือคลิกที่นี่

บทความก่อนหน้านี้“K” LINE ใช้งานเชื้อเพลิง LNG ชีวภาพสำหรับเรือขนส่งยานยนต์เป็นครั้งแรก
บทความถัดไปPIL ปฏิบัติการเรือ Kota Santos เทียบท่าที่ Dongwon Global Terminal ใน Busan New Port เป็นครั้งแรก