ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจโลก ภูมิภาคเอเชียตะวันออกยังคงยืนหยัดในฐานะฟันเฟืองหลักและศูนย์กลางซัพพลายเชนของการค้าโลก โดยมีจีนและญี่ปุ่นเป็นผู้นำการขับเคลื่อนนวัตกรรมที่สำคัญ ในฐานะสายการเดินเรือชั้นนำสัญชาติจีน JJ Shipping มุ่งมั่นส่งมอบบริการขนส่งสินค้าทางเรือผ่านเครือข่ายอันแข็งแกร่ง เพื่อเชื่อมต่อโครงข่ายโลจิสติกส์ระหว่างจีน ญี่ปุ่น และประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตและหนึ่งในเกตเวย์หลักของภูมิภาคเอเชียตะวันเฉียงใต้ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงโอกาสในตลาดการค้าสำคัญของโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพและสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

นิตยสาร LM ฉบับนี้ ได้มีโอกาสพูดคุยกับ Mr. Wang Xianquin ผู้จัดการทั่วไป และ Mr. Wu Shuang ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด สายการเดินเรือ JJ Shipping เกี่ยวกับบทบาทของสายการเดินเรือฯ ในการสนับสนุนลูกค้า ทั้งในส่วนของบริการขนส่งสินค้าทางเรือ การสนับสนุนลูกค้า และแผนงานในอนาคตของบริษัทฯ

กลุ่มบริษัท Shanghai Jinjiang Shipping (Group) ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริหารสินทรัพย์ของรัฐแห่งนครเซี่ยงไฮ้ (SASAC) มีเครือข่ายโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมทุกกิจกรรมการขนส่งในประเทศจีน พร้อมสนับสนุนลูกค้าทั้งการนำเข้าและส่งออก รวมทั้งให้บริการในเส้นทางการค้าระดับภูมิภาคที่พร้อมเชื่อมต่อทุกต้นทางและปลายทางตลอดซัพพลายเชนของลูกค้า

โดยในประเทศไทย สายการเดินเรือฯ ได้ขยายฐานปฏิบัติการผ่านการจัดตั้งบริษัท Jinjiang Shipping Agency (Thailand) หรือ JJ Shipping มายาวนานกว่า 10 ปี และยังคงเดินหน้าให้บริการแก่ลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรมฯ ทั้งลูกค้าชาวไทยและลูกค้าแบรนด์ใหญ่ระดับโลก

ในฐานะส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทสัญชาติจีน JJ Shipping ประเทศไทย จึงสามารถใช้ประโยชน์จากเครือข่ายการค้าขนาดใหญ่ของจีนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้การปฏิบัติการระหว่างประเทศไทยกับจีนมีความลื่นไหลและมั่นคง อีกทั้งยังมีทีมผู้บริหารจากประเทศจีนเข้ามาดูแลการดำเนินงานในไทย ซึ่งช่วยให้การตัดสินใจมีความรวดเร็ว แม่นยำ และตอบโจทย์ธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่แบรนด์ไทยไปจนถึงบริษัทข้ามชาติ เพื่อให้ซัพพลายเชนของลูกค้าสามารถดำเนินการได้อย่างไร้รอยต่อและเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

Mr. Wang กล่าวว่า “นับตั้งแต่ปี 2023 เราได้เดินหน้าขยายศักยภาพการบริการด้วยการนำกองเรือขนส่งคืนตู้สินค้าขนาด Bangkok Max เข้าเทียบท่า ณ ท่าเรือกรุงเทพ เพื่อเสริมขีดความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างไทยกับประเทศคู่ค้าสำคัญอย่างจีน ญี่ปุ่น เวียดนาม และประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีความปลอดภัย การประหยัดพลังงาน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”

  • บริการ CTX เชื่อมต่อไทยและจีน ผ่านเวียดนาม
  • บริการ CSI เชื่อมต่อไทยและอินเดียผ่านมาเลเซีย
  • บริการ CVT2 เส้นทางตรงระหว่างไทยและจีน
  • บริการ IA88 เส้นทางตรงระหว่างไทยและญี่ปุ่น
  • บริการ CTX2 เชื่อมต่อไทย เวียดนาม ญี่ปุ่น และจีน
  • บริการ CTJ เชื่อมต่อตรงระหว่างไทย จีน และญี่ปุ่น

บริการ CTJ เป็นบริการล่าสุดที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้เป็นบริการเส้นทางตรง (Direct Service) เพื่อเลี่ยงปัญหาความแออัดที่ท่าเรือขนถ่ายสินค้า พร้อมรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนรูปแบบขนส่งข้ามพรมแดนมาสู่ทางเรือ ยิ่งไปกว่านั้น บริการ CTJ ยังมีจุดแข็งที่โดดเด่นเนื่องจาก JJ Shipping เป็นผู้บริหารจัดการบริการในเส้นทางนี้เพียงผู้เดียว จึงสามารถรับประกันมาตรฐานบริการและอัตราค่าระวางที่แข่งขันได้ โดยใช้เวลาเดินทางจากท่าเรือ Shekou และ Shanghai ไปยัง Tokyo และ Yokohama อย่างรวดเร็วเพียง 4-8 วัน

แต่ละเที่ยวของบริการ CTJ สามารถรองรับตู้สินค้าได้ประมาณ 1,500 ทีอียู หรือ 20,000 ตัน ทั้งยังมีปลั๊กสำหรับตู้สินค้าควบคุมอุณหภูมิ (Reefer) กว่า 200-300 ปลั๊ก พร้อมสนับสนุนการขนส่งสินค้าเภสัชภัณฑ์และสินค้าประเภทของสดเสียง่าย ด้วยรอบการวนเรือเริ่มต้นจากท่าเรือกรุงเทพ (Bangkok) ไปยังแหลมฉบัง (Laem Chabang) ที่ท่าเทียบเรือ ESCO ก่อนจะปฏิบัติการต่อไปยัง Shekou, Shanghai, Tokyo, Yokohama และ Ningbo

ขณะที่บริการ CVT2 ถือเป็นบริการมาตรฐานใหม่สำหรับการเชื่อมต่อตรงระหว่างไทย-จีน โดยเป็นบริการที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2025 ที่ผ่านมา ด้วยเป้าหมายในการร่นระยะเวลาการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือกรุงเทพ ไปยัง Qingdao จากเดิม 18 วันให้เหลือเพียง 7 วัน เพื่อสนับสนุนการขนส่งผลิตภัณฑ์แป้งมันสำปะหลัง ยาง และสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรม ด้วยรอบการวนเรือเริ่มต้นจากท่าเรือกรุงเทพ (Bangkok) ไปยังแหลมฉบัง (Laem Chabang), Shanghai และ Qingdao

Mr. Wu Shuang, Marketing Sales Manager สายการเดินเรือ JJ Shipping

ด้วยประสบการณ์อันยาวนานในการให้บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศจีน JJ Shipping ได้นำความเชี่ยวชาญมาต่อยอดสู่ประเทศไทย เพื่อให้บริการเรือบาร์จสำหรับการขนส่งสินค้าระหว่างกรุงเทพฯ และท่าเรือแหลมฉบัง ช่วยให้การเชื่อมต่อระหว่างการขนส่งภายในประเทศและการส่งออกผ่านกองเรือหลักของสายการเดินเรือฯ เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุดตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง

Mr. Wu กล่าวว่า “ด้วยฐานปฏิบัติการที่มั่นคงทั้งในจีนและญี่ปุ่น JJ Shipping สามารถส่งมอบบริการเรือบาร์จเพื่อลำเลียงสินค้าระหว่างท่าเรือหลักภายในเวลาเพียง 2-3 วัน รวมถึงการเข้าถึงท่าเรือรอง อาทิ Moji, Hakata, Shimizu และ Naha ผ่านการขนถ่ายสินค้า (transshipment) ซึ่งช่วยหลีกเลี่ยงความแออัดของเรือขนาดใหญ่ในท่าเรือหลัก ด้วยเรือขนาดเล็กที่สะดวกรวดเร็ว”

นอกจากนี้ บริการเรือบาร์จลำเลียงสินค้าของ JJ Shipping ยังสามารถเชื่อมต่อผ่าน Shanghai ไปยัง Wuhan, Chongqing และ Huanggang พร้อมนำเสนอการเชื่อมต่อให้กับลูกค้าที่เกินกว่าเกตเวย์ริมชายฝั่งแห่งสำคัญ

JJ Shipping ยังคงเดินหน้ายกระดับความทันสมัยของปฏิบัติการผ่านการลงทุนด้านกองเรือและบริการ โดยกองเรือรุ่นใหม่อย่าง M.V. Mild Peony, M.V. Mild Jasmine, M.V. Mild Rose และ M.V. Mild Orchid ได้สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับการปรับใช้เทคโนโลยีอันทันสมัยสำหรับการให้บริการอย่างเป็นรูปธรรม ไม่เพียงเท่านี้ สายการเดินเรือฯ ยังมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในทุกมิติของการให้บริการลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการจองพื้นที่ระวางสินค้า การติดตามสถานะเรือหรือสินค้าแบบเรียลไทม์ และการประสานงาน ลูกค้าก็สามารถดำเนินการผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

Mr. Wu กล่าวว่า “นอกเหนือจากการเดินหน้าเสริมทัพด้วยกองเรือรุ่นใหม่ที่ทันสมัยอย่าง M.V. Mild Peony, M.V. Mild Jasmine, M.V. Mild Rose และ M.V. Mild Orchid เรายังได้ยกระดับประสิทธิภาพการบริการลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ครอบคลุม” Mr. Wu กล่าว

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจของลูกค้าจะสามารถดำเนินการได้อย่างไม่มีสะดุด JJ Shipping ได้พัฒนาระบบสายด่วน (Hotline) เพื่อตอบสนองต่อความต้องการเร่งด่วนนอกเวลาทำการ หากลูกค้าประสบปัญหาในการรับหรือคืนตู้ ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของ JJ Shipping พร้อมที่จะเข้าช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาในทันที เพื่อให้ซัพพลายเชนของลูกค้าดำเนินต่อได้อย่างราบรื่นที่สุด

(จากซ้ายไปขวา) คุณวรารักษ์ ลี้กุลเจริญ Assistant Sales Manager คุณธันย์ชนก เชื้อแกม Sales Executive คุณภัทรีย์ สุขพรรณพิมพ์ Deputy Sales Manager คุณสมัชชา พุ่มประพันธ์ Assistant Sales Manager Mr. Ma Zhengguang Captain of Mild Orchid Mr. Zhou Guangyong Chief Officer of Mild Orchid Mr. Wu Shuang Marketing Sales Manager คุณชุติกันตา แจ่มแสง Sales Executive คุณรังสิมา รัตนอัครภาคิน Sales Executive คุณบุญญนุช พรเจริญ Sales Coordinator

จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของปริมาณการขนส่งสินค้าในประเทศไทย ทำให้ JJ Shipping เล็งเห็นถึงศักยภาพและโอกาสในการขยายธุรกิจเพื่อสร้างเครือข่ายบริการที่ครบวงจรยิ่งขึ้น สายการเดินเรือฯ จึงวางแผนพัฒนาลานตู้สินค้าเปล่า (container depot) แห่งใหม่ ภายใต้การบริหารจัดการของสายการเดินเรือฯ เองทั้งหมด เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้น พร้อมยกระดับความสะดวกรวดเร็วในกระบวนการรับและส่งคืนตู้สินค้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ต่อยอดจากฐานปฏิบัติการอันแข็งแกร่งทั้งในไทยและจีน JJ Shipping เตรียมขยายเครือข่ายการขนส่งผ่านการพัฒนาบริการเส้นทางตรง เชื่อมระหว่างไทยและจีนให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งเน้นความรวดเร็วและความยืดหยุ่น เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นหลัก อาทิ น้ำตาลและแป้ง พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้าภายใน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปอีกระดับ


อัพเดตข่าวสารและบทความที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก่อนใคร ผ่าน Line Official Account @Logistics Mananger เพียงเพิ่มเราเป็นเพื่อน @Logistics Manager หรือคลิกที่นี่

บทความก่อนหน้านี้DP World ทุบสถิติตู้สินค้าผ่านท่าสะสม 10 ล้านทีอียู ใน Dakar  
บทความถัดไปDHL Group จับมือ JD.com ลงนามข้อตกลงร่วมสนับสนุนการเติบโตของแบรนด์สินค้าจากเยอรมนีในจีนและยุโรป
Viboonwat Chaidamrongrittikul
A guy with a passion for sharing stories, hoping it brings you positive vibes and inspiration.