
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เดินหน้าปรับบทบาทสู่การเป็น ‘Export Co-pilot’ ที่เข้าใจตลาด พร้อมสนับสนุนผู้ประการไทยก้าวผ่านความท้าทายรอบด้านอย่างมั่นคงและยั่งยืน
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา EXIM BANK นำโดยคุณชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ได้แถลงนโยบายและบทบาทองค์กรในโอกาสครบรอบ 32 ปี ใจความว่าผู้ประกอบการไทยยังคงเผชิญกับเศรษฐกิจโลกที่มีความเสี่ยงรอบด้าน อาทิ ภาวะสงครามที่ยืดเยื้อซึ่งส่งผลต่อการค้าการลงทุนทั่วโลก ความไม่แน่นอนของต้นทุนส่งออกจากค่าเงินบาทที่แกว่งตัวรุนแรงตามปัจจัยภายนอก กติกาการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและซับซ้อน ตลอดจนการแปลงสภาพของภูมิอากาศ ดังเช่นอุทกภัยครั้งใหญ่ในภาคใต้เมื่อปี 2025 ที่ผ่านมา
เพื่อส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตในเวทีการค้าโลกของผู้ประกอบการไทย EXIM BANK ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง จึงปรับบทบาทสู่การเป็น ‘Export Co-pilot’ ผ่านการยกระดับเครื่องมือสนับสนุนผู้ส่งออกแบบครบวงจร เน้นการสร้างเกราะป้องกันความเสี่ยงผ่านแพ็กเกจสินเชื่อควบคู่บริการประกันการส่งออก และเครื่องมือบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน พร้อมปรับใช้เทคโนโลยีตลอดกระบวนการทำงาน ภายใต้ยุทธศาสตร์ S-M-A-R-T ประกอบด้วย การยกระดับผู้ประกอบการไทยสู่สากล (SME Export Grooming) การเปิดโลกและโอกาสทางการค้า (Market Expansion) การสร้างการรับรู้และการเติบโตอย่างยั่งยืน (Advocacy and Sustainability) การพัฒนาดิจิทัลและนวัตกรรมรองรับการขยายธุรกิจ (Revamp Digital Systems) และการสร้างวัฒนธรรม EXIM One Team (Teamwork Spirits) เพื่อมุ่งขับเคลื่อนภาคธุรกิจ องค์กร ประเทศ และโลกสู่ความยั่งยืน
นอกจากนี้ EXIM BANK ยังให้การสนับสนุนที่ไม่ใช่การเงิน ผ่านหลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการและกิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ โดยอาศัยความร่วมมือจากเครือข่ายพันธมิตรจากภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ หลักสูตร EXIM 2X ที่ออกแบบให้ครอบคลุมทุกมิติของธุรกิจส่งออก ตั้งแต่การเข้าถึงแหล่งเงินทุนไปจนถึงการดำเนินธุรกิจโดยยึดหลัก ESG ซึ่งช่วยเตรียมความพร้อมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไปแล้ว 25,036 ราย พร้อมผลักดันผู้ผลิตกับผู้ส่งออกสินค้าไทยตลอดซัพพลายเชนให้เติบโตอย่างมั่นคง แข่งขันได้ในเวทีการค้าโลก โดยเฉพาะในตลาดใหม่ที่ยังมีศักยภาพและต้องการสินค้ามูลค่าเพิ่มที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกมาก

ในปี 2025 ที่ผ่านมา EXIM BANK ได้เสริมสภาพคล่องและความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการไทยผ่านการอนุมัติสินเชื่อใหม่รวม 54,346 ล้านบาท อีกทั้งยังนำเสนอสินเชื่อและภาระผูกพันที่สนับสนุนการลงทุนเพื่อความยั่งยืนรวม 91,650 ล้านบาท ไม่เพียงเท่านี้ EXIM BANK ยังได้ออกมาตรการ ‘คุณสู้ เอ็กซิมช่วย’ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจให้สามารถฟื้นฟูกิจการและลดภาระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนจะสิ้นสุดปี 2025 ด้วยกำไรสุทธิเท่ากับ 1,904 ล้านบาท
คุณชลัช กล่าวทิ้งท้ายว่า “EXIM BANK พร้อมทำหน้าที่ Export Co-pilot เสริมสภาพคล่อง ควบคู่การบริหารความเสี่ยง เพื่อเพิ่มความพร้อมและความมั่นใจให้ผู้ส่งออกไทยในการแข่งขันภายใต้กติกาการค้าโลกยุคใหม่ และใช้การเปลี่ยนแปลงเป็นโอกาสขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน”
อัพเดตข่าวสารและบทความที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก่อนใคร ผ่าน Line Official Account @Logistics Mananger เพียงเพิ่มเราเป็นเพื่อน @Logistics Manager หรือคลิกที่นี่












