Profreight ยกระดับขอบข่ายการให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรไปอีกขั้น ด้วยการเปิดคลังสินค้าทั่วไปแห่งใหม่ใกล้สถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง (ICD) ลาดกระบัง มุ่งสนับสนุนลูกค้าหลากหลายอุตสาหกรรม เสริมแกร่งบริการขนส่งสินค้าต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal) ทุกโหมดการขนส่ง
บริษัท Profreight เดินหน้าต่อยอดการเติบโตทางธุรกิจและสั่งสมประสบการณ์ในฐานะผู้ให้บริการรับจัดการขนส่งสินค้าชั้นนำของไทยมายาวนานกว่า 37 ปี ด้วยความมุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง บริษัทฯ ได้ตัดสินใจขยายธุรกิจคลังสินค้าด้วยการเปิดตัวคลังสินค้าแห่งใหม่ในเขตลาดกระบัง เพิ่มเติมจากคลังสินค้าที่มีอยู่เดิมในจังหวัดชลบุรี เพื่อนำเสนอบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายของกลุ่มลูกค้าในแต่ละอุตสาหกรรม
นิตยสาร LM ฉบับนี้มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณวรชิต รัตนจินดา และคุณชานน อัศวสังสิทธิ Management Executive บริษัท Profreight เกี่ยวกับศักยภาพ ขีดความสามารถ และความยืดหยุ่นในการให้บริการของคลังสินค้าแห่งใหม่ รวมถึงแนวทางการพัฒนาธุรกิจคลังสินค้าของบริษัทฯ ในอนาคต เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของธุรกิจและตลาดการค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

Strategic Location, Integrated Solution
คลังสินค้าแห่งใหม่ของ Profreight มาพร้อมข้อได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญสำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ ใกล้ถนนมอเตอร์เวย์ ท่าเรือกรุงเทพ เส้นทางการขนส่งตู้สินค้าทางรางสู่ท่าเรือแหลมฉบัง สถานี ICD ลาดกระบัง และอยู่ห่างจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพียงแปดกิโลเมตร ทำให้ลูกค้าสามารถเชื่อมโยงสู่การขนส่งสินค้าทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งทางทะเล ทางอากาศ ทางถนน และทางรางได้อย่างครอบคลุม
นอกจากนี้ คลังสินค้าแห่งใหม่ยังตั้งอยู่ติดกับสถานีตู้สินค้า TIFFA Logistics Center ของ TIFFA โดยมีประตูที่สามารถเชื่อมต่อกันได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนและระยะทางในการขนส่งสินค้าหลังผ่านพิธีการศุลกากรและการตรวจปล่อยตู้สินค้าให้เข้าสู่พื้นที่จัดเก็บสินค้าเพื่อพักรอหรือเตรียมกระจายสินค้าต่อได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อนี้จะช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถประหยัดทั้งต้นทุนด้านเวลาและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีนัยสำคัญ

คุณวรชิตอธิบายว่า “พื้นที่ลาดกระบังมีความสำคัญในฐานะศูนย์กลางทางโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงการขนส่งทุกรูปแบบได้อย่างครอบคลุม การเปิดคลังสินค้าแห่งใหม่ในพื้นที่ดังกล่าวจึงถือเป็นก้าวสำคัญที่เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของเราในการมอบบริการโลจิสติกส์ครบวงจรที่มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมสนับสนุนธุรกิจของลูกค้าในแต่ละอุตสาหกรรมได้อย่างครอบคลุมในที่เดียว”
ด้วยข้อได้เปรียบเหล่านี้ คลังสินค้าแห่งใหม่ของ Profreight จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนบริการขนส่งสินค้าต่อเนื่องหลายรูปแบบของบริษัทฯ ซึ่งเหมาะกับลูกค้าทั้งผู้นำเข้า-ผู้ส่งออก หรือบริษัทผู้รับจัดการขนส่งสินค้า (freight Fforwarders) อื่นๆ ที่มองหาโซลูชันครบวงจรที่มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และน่าเชื่อถือ พร้อมด้วยโซลูชันที่สะดวกต่อการกระจายสินค้าทั้งในประเทศและข้ามพรมแดนทุกช่องทางการขนส่งได้อย่างสะดวก
Comprehensive and Flexible Infrastructure
Profreight เข้าใจดีว่าการแข่งขันในตลาดโลกต้องอาศัยความสามารถในการปรับตัวให้เท่าทันเทรนด์และความต้องการของตลาดที่ไม่หยุดนิ่ง คลังสินค้าแห่งใหม่นี้จึงได้รับการออกแบบให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความยืดหยุ่นทั้งในแง่ของการจัดการและการจัดเก็บ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการทางธุรกิจที่แตกต่างกันของลูกค้าแต่ละรายได้มากที่สุด พร้อมการันตีคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า
คลังสินค้าแห่งใหม่มีพื้นที่รวมกว่า 10,000 ตารางเมตร ซึ่งประกอบด้วยคลังสินค้าสองอาคาร ขนาด 8,000 ตารางเมตร และ 2,500 ตารางเมตร พร้อมแบ่งสัดส่วนพื้นที่รองรับสินค้าหลายประเภท พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นชั้นวางสินค้าแบบ Selective Rack อุปกรณ์ยกขนสินค้าที่ทันสมัย รวมถึงการจัดเก็บสินค้าแบบ on-ground เพื่อรองรับสินค้าที่มีขนาดใหญ่หรือสินค้าที่ต้องการจัดเก็บตามความต้องการเฉพาะ พร้อมด้วยระบบบริหารจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management System: WMS) ที่น่าเชื่อถือและได้มาตรฐานระดับโลก

Executive บริษัท Profreight
นอกจากนี้ Profreight ยังนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของประเทศไทยมาบูรณาการเข้ากับพื้นที่และโครงสร้างได้อย่างลงตัว คลังแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงสถานที่สำหรับการจัดเก็บสินค้าอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังนำเสนอบริการเพิ่มมูลค่า (value-added services) ต่างๆ ตามความต้องการของลูกค้าและแนวปฏิบัติเฉพาะสำหรับสินค้าแต่ละประเภท เพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้กับซัพพลายเชนและธุรกิจของลูกค้า ด้วยบริการ one-stop service ที่คลังสินค้าแห่งนี้
“ด้วยศักยภาพด้านขีดความสามารถในการรองรับ ระบบการจัดการคลังสินค้าที่ดี ทีมงานที่เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์สูง สิ่งอำนวยความสะดวกที่ครอบคลุม ทำให้คลังสินค้านี้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้บริการได้อย่างครอบคลุม อีกทั้งยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานให้ความยืดหยุ่นสำหรับการพัฒนาและต่อยอดขีดความสามารถในการให้บริการของเราอีกในอนาคต เพื่อให้เราสามารถให้บริการและรองรับสินค้าอื่นๆ ที่หลากหลายและครอบคลุมยิ่งขึ้น” คุณชานนกล่าว


Technology and Security

นอกเหนือจากความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งแล้ว Profreight ยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในระดับสูงสุด โดยคลังสินค้าแห่งใหม่มาพร้อมระบบรักษาความปลอดภัยผ่านกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วอาคาร ซึ่งสามารถติดตามข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันได้แบบเรียลไทม์ (Real-time monitoring) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่คอยดูแลโดยรอบตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยสร้างความมั่นใจว่าการดำเนินงานทุกขั้นตอนจะเป็นไปอย่างโปร่งใสและสินค้าทุกชิ้นได้รับการดูแลจัดการอย่างเหมาะสมที่สุด
ยิ่งไปกว่านั้น Profreight ยังมุ่งเน้นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับแนวคิดความยั่งยืนซึ่งเป็นวาระสำคัญในระดับสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทฯ ได้เตรียมติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้ในอาคารคลังสินค้า ซึ่งจะช่วยลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรผ่านการเสริมสร้างองค์ความรู้ให้กับทีมงาน เพื่อให้พวกเขาสามารถนำเสนอและส่งมอบโซลูชันโลจิสติกส์ที่เชื่อถือได้ มีประสิทธิภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
คุณวรชิตกล่าวว่า “Green Logistics เป็นแนวทางการปฏิบัติงานที่เราให้ความสำคัญอย่างมาก เราวางแผนที่จะปรับโครงสร้างคลังสินค้าให้รองรับปฏิบัติการที่ยั่งยืนเพิ่มขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์หรือสถานีชาร์จรถไฟฟ้าเพื่อนำเสนอทางเลือกใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพไปพร้อมกับการสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทยด้วย”
Looking Forward
การเปิดตัวคลังสินค้าแห่งใหม่ครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการก้าวสู่บทใหม่ของ Profreight แต่ยังเป็นหลักชัยสำคัญที่เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการสนับสนุนธุรกิจของลูกค้าไปพร้อมกับการเติบโตอย่างยั่งยืนในฐานะผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรชั้นนำของไทย
คุณชานนกล่าวเพิ่มเติมว่า “คลังสินค้าแห่งนี้ถือเป็นเฟสแรกในแผนการขยายหน่วยธุรกิจคลังสินค้าของ Profreight โดยในอนาคตเรายังมีแผนที่จะเพิ่มความครอบคลุมของขอบข่ายการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพราะเราเข้าใจว่าคลังสินค้าเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญในการดำเนินกิจกรรมโลจิสติกส์ ทั้งยังเป็นการอำนวยความสะดวกและสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจของลูกค้า”
“เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์อันยาวนานของ Profreight การเปิดคลังสินค้าแห่งใหม่นี้จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่ต้องการจัดเก็บสินค้าที่พร้อมสำหรับการนำเข้า-ส่งออก หรือกระจายสินค้าผ่านทุกโหมดการขนส่งได้อย่างครอบคลุม” คุณวรชิตเน้นย้ำ

ด้วยวิสัยทัศน์เช่นนี้ Profreight จึงไม่ได้มองว่าตนเองเป็นเพียงผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทั่วไป แต่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่พร้อมจะมอบโซลูชันที่แข็งแกร่ง พร้อมความผลักดันอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทยให้มีศักยภาพในตลาดการแข่งขันระดับโลกได้อย่างแข็งแกร่งผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่น บริการที่ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของลูกค้า ตลอดจนมาตรฐานการให้บริการที่มีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้
อัพเดตข่าวสารและบทความที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก่อนใคร ผ่าน Line Official Account @Logistics Mananger เพียงเพิ่มเราเป็นเพื่อน @Logistics Manager หรือคลิกที่นี่















