
เมื่อวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา Hutchison Ports Thailand (HPT) ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือตู้สินค้าชั้นนำได้ทุบสถิติตู้สินค้าผ่านท่าสะสม 50 ล้านทีอียู พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และพาณิชยนาวีของประเทศไทย
ในโอกาสนี้ Mr. Stephent Ashworth กรรมการผู้จัดการ Hutchison Ports ประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “เรารู้สึกภูมิใจที่ได้เฉลิมฉลองยอดสะสมตู้สินค้าผ่านท่าปริมาณ 50 ล้านทีอียู การบรรลุหลักชัยในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น นวัตกรรม และพันธมิตรที่แข็งแกร่งของเราตลอดสองทศวรรษ อีกทั้งยังสะท้อนความเชื่อมั่นที่ลูกค้า การท่าเรือแห่งประเทศไทย หน่วยงานภาครัฐ ผู้ให้บริการขนส่ง ผู้ส่งสินค้า และผู้ถือหุ้นมีให้ รวมถึงแรงสนับสนุนที่ช่วยให้เราสามารถบรรลุหลักชัยครั้งนี้ ผมขอแสดงความขอบคุณแก่ทุกท่านที่คอยอยู่เคียงข้างเราตลอดการเดินทางที่ผ่านมา”
โดยในอนาคต HPT ได้วางแผนส่งเสริมการพัฒนาด้วยท่าเทียบเรือชุด D ซึ่งจะเสร็จสมบูรณ์และพร้อมปฏิบัติการอย่างเต็มรูปแบบในต้นปี 2026 ที่จะถึงนี้ และจะช่วยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ผ่านการยกระดับขีดความสามารถในการรองรับสินค้าและเทคโนโลยีล้ำสมัย โดยท่าเทียบเรือชุด D ปฏิบัติการด้วยระบบดิจิทัลที่ทันสมัยต่างๆ อาทิ Terminal Operating System (TOS) n-Gen และประตูตรวจสอบตู้สินค้าอัตโนมัติ อีกทั้งยังติดตั้งเครื่องมือพลังงานไฟฟ้าหลายอย่าง อาทิ เครนยกขนตู้สินค้าหน้าท่าและในลานควบคุมระยะไกล และรถหัวลากอัตโนมัติไร้คนขับ ซึ่งช่วยให้ปฏิบัติการมีความปลอดภัยและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ในช่วงต้นปี 2026 ท่าเทียบเรือชุด D จะมีเครนยกขนตู้สินค้าหน้าท่าควบคุมระยะไกล 17 คัน เครนยกขนตู้สินค้าในลานแบบล้อยางควบคุมระยะไกล 43 คัน และรถยกตู้สินค้า 10 คัน การลงทุนในเครื่องมือยกขนตู้สินค้าเหล่านี้จะทำให้ท่าเทียบเรือมีขีดความสามารถในการรองรับสินค้าเพิ่มขึ้นประมาณ 3.5 ล้านทีอียู
Mr. Ashworth เสริมว่า “วิสัยทัศน์ของเราคือการเติบโตอย่างมีความรับผิดชอบ การปรับใช้อุปกรณ์พลังงานไฟฟ้า รถหัวลากอัตโนมัติ และปฏิบัติการที่เป็นดิจิทัล จะช่วยให้เราสามารถลดการปล่อยคาร์บอน พร้อมสร้างสถานที่ทำงานที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นให้แก่พนักงานของเรา โดยเราจะยังคงมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนต่อไป เพื่อบรรลุเป้าหมายในการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ในปี 2050”



อัพเดตข่าวสารและบทความที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก่อนใคร ผ่าน Line Official Account @Logistics Mananger เพียงเพิ่มเราเป็นเพื่อน @Logistics Manager หรือคลิกที่นี่












