Hapag-Lloyd จับมือ Kuehne+Nagel ประกาศความร่วมมือเพื่อโซลูชันขนส่งสินค้าทางทะเลอย่างยั่งยืน

0
25
Hapag-Lloyd 24 New Container Ships

Hapag-Lloyd เสริมแกร่งความเป็นพันธมิตรอันยาวนานกับ Kuehne+Nagel ผ่านความร่วมมือในโซลูชันขนส่งสินค้าทางทะเลที่ช่วยลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยภายใต้ข้อตกลงร่วมนี้ Kuehne+Nagel จะใช้บริการ ‘Ship Green’ ของ Hapag-Lloyd เพื่อลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์สำหรับการขนส่งสินค้าของบริษัทฯ

โดยข้อตกลงในครั้งนี้ถือเป็นหลักชัยสำคัญของความเป็นพันธมิตรของทั้งสองบริษัท ซึ่งจะครอบคลุมการขนส่งสินค้าในเส้นทางการค้าระหว่างเอเชียตะวันออกและยุโรปเหนือตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนธันวาคมนี้เป็นจำนวนกว่า 3,300 ทีอียู โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดวงจรชีวิต (Well-to-Wake) ได้ประมาณ 2,979 ตันจากการใช้เชื้อเพลิงเรือที่ยั่งยืน (SMF)

Mr. Danny Smolders กรรมการผู้จัดการฝ่ายขายระดับโลก สายการเดินเรือ Hapag-Lloyd กล่าวว่า “ด้วยโซลูชัน Ship Green เราได้นำเสนอโซลูชันที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ ซึ่งช่วยให้ลูกค้าของเราสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 3 ได้จริง โดยข้อตกลงในครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนความร่วมมืออันแข็งแกร่งให้เป็นผลลัพธ์ทางสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม”

นอกจากนี้ ข้อตกลงในครั้งนี้ยังมีกลไกห่วงโซ่การคุ้มครองพยานหลักฐาน (Chain of Custody) ด้วยการลงทะเบียน Book and Claim ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถส่งรายงานการลดการปล่อยคาร์บอนได้ โดยไม่ต้องจัดสรรการใช้เชื้อเพลิงกับเรือขนส่งสินค้าหรือเส้นทางการค้าเฉพาะลำใดลำหนึ่งเท่านั้น ซึ่ง Kuehne+Nagel จะได้รับการจัดสรรการรายงานการลดการปล่อยคาร์บอนจากเชื้อเพลิงชีวภาพที่ใช้ในกองเรือของ Hapag-Lloyd เท่านั้น โดยโมเดลนี้ช่วยให้การดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศขยายตัวมากขึ้น ผ่านการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพจากขยะเป็นโซลูชันหลัก

ทั้งนี้ Hapag-Lloyd ได้ตั้งเป้าที่จะบรรลุการปฏิบัติการกองเรือที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero) ภายในปี 2045 ในขณะที่ Kuehne+Nagel มุ่งบรรลุเป้าหมายการปล่อยมลพิษสุทธิเป็นศูนย์ตลอดซัพพลายเชนภายในปี 2050 โดยการนำเสนอโซลูชันโลจิสติกส์ที่ยั่งยืนแก่ลูกค้าถือเป็นกุญแจสำคัญในการบรรลุเป้าหมายเหล่านี้


อัพเดตข่าวสารและบทความที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก่อนใคร ผ่าน Line Official Account @Logistics Mananger เพียงเพิ่มเราเป็นเพื่อน @Logistics Manager หรือคลิกที่นี่

บทความก่อนหน้านี้MSC และ MEDLOG ขยายระยะการรับรองมาตรฐาน GDP และ FSM