APM Terminals ลงนามข้อตกลงในการลงทุนมูลค่า 550 ล้านเหรียญสหรัฐ ในบังกลาเทศ มุ่งยกระดับโลจิสติกส์ทางทะเล

0
299

ภาครัฐของบังกลาเทศเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านการค้าและการเดินเรือไปอีกขึ้น ด้วยการลงนามในข้อตกลงมอบสัมปทานเพื่อพัฒนาท่าเทียบเรือตู้สินค้า Laldia ใน Chattogram โดยการลงทุนครั้งนี้มีมูลค่ากว่า 550 ล้านเหรียญสหรัฐและนับเป็นหนึ่งในการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนที่ใหญ่ที่สุดของบังกลาเทศ

ข้อตกลงดังกล่าวถูกลงนามโดยการท่าเรือ Chittagong (CPA) และ APM Terminals ในเครือ A.P. Moller-Maersk พร้อมด้วยพันธมิตรในท้องถิ่นอย่าง QNS Container Services ซึ่งภายใต้ข้อตกลงนี้ APM Terminals จะได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ปฏิบัติการท่าเทียบเรือเป็นระยะเวลา 30 ปี และสามารถขยายสัญญาตามดัชนีวัดความสำเร็จ (KPI) ได้ โดยท่าเทียบเรือตู้สินค้า Laldia จะได้รับการออกแบบ สนับสนุนทางการเงิน ก่อสร้าง และปฏิบัติการโดยผู้ลงทุนทั้งหมด

โดยท่าเทียบเรือตู้สินค้า Laldia แห่งใหม่นี้คาดว่าจะสามารถเปิดปฏิบัติการได้ในปี 2030 และจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการขนถ่ายตู้สินค้าของบังกลาเทศได้มากกว่า 800,000 ทีอียูต่อปี ซึ่งช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพและความเชื่อมโยงทางการค้าระดับโลกของประเทศ ทั้งยังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการส่งออกหลักของบังกลาเทศ อาทิ สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม และอุตสาหกรรมการผลิต ให้เข้าถึงตลาดการนำเข้าทั่วโลกได้

นอกจากนี้ ท่าเทียบเรือตู้สินค้าดังกล่าวจะช่วยให้ท่าเรือ Chattogram สามารถรองรับเรือที่มีขนาดสูงสุดถึง 6,000 ทีอียูได้ จากเดิมสามารถรองรับเรือขนาดใหญ่ที่สุดได้ที่ 2,800 ทีอียู ซึ่งจะช่วยลดความแออัด ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์สำหรับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในซัพพลายเชน และส่งเสริมการเติบโตของภาคการส่งออกอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังคาดการณ์ว่าท่าเทียบเรือ Laldia จะสร้างการจ้างงานได้กว่า 1,000 ตำแหน่งระหว่างการก่อสร้าง และอีกกว่า 500 ตำแหน่งเมื่อมีการเปิดปฏิบัติการ พร้อมก่อให้เกิดการจ้างงานทางอ้อมทั้งงานด้านโลจิสติกส์ การผลิต และการบริการต่างๆ จากการปรับปรุงและการส่งต่อความรู้ในอุตสาหกรรม อันเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายของ APM Terminals ในการพัฒนาบุคลากรอย่างยั่งยืน รวมถึงโครงการฝึกอบรมที่กำลังพัฒนาเพื่อสนับสนุนทักษะและความสามารถในท้องถิ่น

ทั้งนี้ ท่าเทียบเรือตู้สินค้า Laldia แห่งใหม่ยังได้รับการออกแบบและปฏิบัติการตามมาตรฐานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ด้วยคุณสมบัติหลัก อาทิ การใช้อุปกรณ์ขนถ่ายสินค้าพลังงานไฟฟ้า การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนโครงสร้างของท่าเทียบเรือ ระบบจ่ายพลังงานสำหรับชายฝั่งโดยตรงที่ทำให้เรือสามารถเชื่อมต่อกับแหล่งพลังไฟฟ้าบนฝั่งได้ ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดมลพิษทางเสียง และมลพิษทางอากาศ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อพนักงาน ชุมชนใกล้เคียง และสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งสอดคล้องกับหลักการการลดอัตราการปล่อยก๊าซมลพิษเป็นศูนย์ (net-zero) และเป้าหมายด้านภูมิอากาศระยะยาวของบังกลาเทศด้วย


อัพเดตข่าวสารและบทความที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก่อนใคร ผ่าน Line Official Account @Logistics Mananger เพียงเพิ่มเราเป็นเพื่อน @Logistics Manager หรือคลิกที่นี่

บทความก่อนหน้านี้MSC ยกระดับบริการ Origami เพิ่มการเชื่อมต่อตรงจากเอเชียสู่แอฟริกาตะวันออก
บทความถัดไปCMA CGM Group เข้าถือครองหุ้น 20 เปอร์เซ็นต์ ใน EUROGATE Container Terminal Hamburg (CTH)