สำหรับสายการเดินเรือนานาชาติอย่าง Ocean Network Express (ONE) ปี 2019 ถือเป็นช่วงเวลาที่ ONE ได้เดินหน้าในการวางรากฐานการดำเนินงานตามเป้าที่ตั้งไว้หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อปี 2018 การรวมตัวของสามสายการเดินเรือสัญชาติญี่ปุ่นเป็นผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางทะเลที่มีพื้นที่ระวางจำนวนหน่วยทีอียูได้มากที่สุดเป็นอันดับหกของโลกนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการริเริ่มสิ่งที่ได้วางแผนไว้ สำหรับองค์กรขนาดใหญ่เช่นนี้ ต้องใช้เวลาในการดำเนินงานพอสมควร

นิตยสาร LM ฉบับนี้ ได้รับเกียรติให้สัมภาษณ์จาก Mr. Kiyoshi Tokonami กรรมการผู้จัดการ สายการเดินเรือ Ocean Network Express Thailand เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงตลอดระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา และอนาคตของสายการเดินเรือ

Strengthening Service Offerings

หลังสายการเดินเรือฯ ได้เริ่มก่อตั้งไปเพียงสองปี ONE ได้เปิดให้บริการขนส่งสินค้าไปแล้วหลากหลายเส้นทาง โดยมีบริการขนส่งเส้นทางตรงที่เปิดใหม่ทั้งหมด 19 เส้นทาง รวมทั้งสิ้น 50 เส้นทาง ผนวกกับบริการขนส่งที่มีอยู่ 

Mr. Tokonami กล่าวว่า “เราได้ขยายบริการมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เราได้ก่อตั้งสายการเดินเรือและเป็นที่รู้จักในตลาดตั้งแต่ปี 2018 เรามีส่วนแบ่งในตลาดสำหรับเส้นทางบริการบางเส้นทางรวมเกือบ 20 เปอร์เซ็นต์ โดยเรามุ่งเน้นในการเปิดให้บริการขนส่งเส้นทางตรงที่มีระยะเวลาการขนส่งที่รวดเร็วไปยังภูมิภาคยุโรปและอเมริกาให้แก่ลูกค้าชาวไทยเป็นหลัก ซึ่งที่ผ่านมาเราได้รับผลตอบรับที่ดี และเรายังคงมองหาช่องทางในการเปิดบริการขนส่งเส้นทางตรงเพิ่มอีกในอนาคต สำหรับตอนนี้ เรากำลังให้ความสำคัญในเส้นทาง intra-Asia ซึ่งปัจจุบันเรามีส่วนแบ่งทางการตลาดในภูมิภาคนี้เกือบ 30 เปอร์เซ็นต์ เรารับรู้ว่าบริการของเราได้รับเสียงสะท้อนอย่างไรจากลูกค้า และเราจะยังคงรับฟังอย่างต่อเนื่อง ไปพร้อมกับการมองหาโอกาสใหม่ๆ”

Mr. Tokonami มองว่าการเริ่มให้บริการในเส้นทางการค้าแห่งใหม่ ถือเป็นโอกาสในการเติบโตของธุรกิจ โดยเขาได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “แม้ว่า ONE จะมีเครือข่ายที่แข็งแกร่งในหลายเส้นทางการค้า แต่ผมยังมองเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดภูมิภาคเมดิเตอเรเนียน และประเทศจีน อยู่ ซึ่งประเทศจีน ถือเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนเจ้าใหญ่ที่สุดในตลาดประเทศไทย และถือเป็นคู่แข่งทางการค้าแต่เดิมอยู่แล้ว เราจึงเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดว่าจะมีช่องทางใดบ้างที่เราสามารถเข้าสู่ตลาดนี้ได้ และมองหาโอกาสเพื่อเปิดบริการขนส่งสินค้าจากจีนมายังไทย เวียดนาม อินโดนีเชีย และเอเชียใต้ มาตลอด ทั้งนี้ นอกจากภูมิภาคเอเชียแล้ว ละตินอเมริกาก็ถือเป็นภูมิภาคที่น่าสนในอนุทวีปอินเดียเช่นกัน ซึ่งภูมิภาคเหล่านี้เป็นพื้นที่ทีเรามีการดำเนินงานอยู่หลายโครงการ”

ในส่วนของโครงการริเริ่มเพื่อพัฒนาการสื่อสาร ล่าสุด ONE ได้เปิดตัวบริการ ‘Live Chat’ สำหรับตอบรับปัญหาจากลูกค้าแบบเรียลไทม์ ซึ่งมีสายการเดินเรือน้อยรายที่ให้บริการนี้ในอุตสาหกรรม โดย ONE ตั้งใจที่จะมอบความสะดวกแก่ลูกค้าในการติดต่อธุรกิจกับสายการเดินเรือให้ดียิ่งขึ้น

Mr. Tokonami กล่าวถึงบริการนี้ว่า “เราได้เปิดให้บริการดังกล่าวอย่างเต็มตัวไปเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2019 และได้รับผลตอบรับอย่างดี โดยในอนาคต ONE มีแผนที่จะเปิดให้บริการ Live Chat ทั่วโลก ซึ่งในปัจจุบัน ได้เปิดให้บริการเฉพาะสำนักงานในสหรัฐอเมริกา บราซิล เนเธอร์แลนด์ ฮ่องกง สิงคโปร์ และไทย เท่านั้น โดยบริการดังกล่าว สามารถให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับค่าเสียเวลาของตู้สินค้าที่ไม่สามารถนำออกจากท่าได้ตามเวลาที่กำหนด และวันที่เรือมาถึงท่า เป็นต้น ทั้งนี้ เราก็เตรียมพร้อมที่จะพัฒนาฟังก์ชันอื่นๆ ร่วมด้วยเพื่อให้บริการที่ตรงความต้องการของลูกค้ามากขึ้น”

Towards the 3rd Year

ในส่วนของการดำเนินงานร่วมกันในปี 2020 Mr. Tokonami ได้วางเป้าหมายในการมุ่งเน้นที่จะดำเนินงานที่สร้างไว้ให้สำเร็จ โดยได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “สำหรับปี 2020 ผมอยากให้พนักงานทุกคนของ ONE Thailand มุ่งมั่นในการเตรียมพร้อมที่จะทำตามแผนที่ตั้งไว้ให้ได้ โดยเราได้วางแผนที่จะบรรลุในสิ่งที่เราได้ริเริ่มในปี 2019 และพัฒนาบริการที่เรามีอยู่ ในส่วนของการตลาด เรามองเห็นอย่างชัดเจนว่ามีการเปลี่ยนในด้านรูปแบบการค้า อุตสาหกรรมต่างๆ ที่มีอยู่แต่เดิมได้ถดถอยลง ในขณะที่อุตสาหกรรมใหม่ๆ กลับมีบทบาทมากขึ้น ซึ่งเรายังคงให้บริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าของเราอย่างต่อเนื่อง แต่ผมก็ต้องการให้ความสำคัญกับการหาโอกาสสำหรับธุรกิจใหม่ๆ เช่นกัน เพราะ ONE เป็นสายการเดินเรือที่ใหญ่มากพอที่จะแข่งขันได้ และเล็กพอที่จะใส่ใจธุรกิจได้ทุกรูปแบบ”

ผมต้องการให้ความสำคัญกับการหาโอกาสสำหรับธุรกิจใหม่ๆ…เพราะ ONE เป็นสายการเดินเรือที่ใหญ่มากพอที่จะแข่งขันได้ และเล็กพอที่จะใส่ใจธุรกิจได้ทุกรูปแบบ”

Keeping Focus

การตั้งสำนักงาน ONE Thailand ณ อาคารจามจุรีแสควร์ กรุงเทพมหานคร เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า ONE ดูแลพนักงานอย่างไร พื้นที่สำนักงานที่กว้างใหญ่และทันสมัยนั้นไม่เพียงแต่เป็นบรรยากาศที่น่ามอง เนื่องจาก ONE Thailand ได้เรียนรู้ว่าสิ่งนี้นำมาซึ่งความรู้สึกในเชิงบวก และดึงดูดผู้คนที่กำลังมองหาสภาพแวดล้อมการทำงานสมัยใหม่

“เมื่อพนักงานมีความสุขพวกเขาก็จะมีไฟในการทำงาน” Mr. Tokonami “เราได้ทำแบบสำรวจภายในองค์กรไปเมื่อไม่นานมานี้ และได้เรียนรู้สิ่งสำคัญจากผลตอบรับที่ได้ เราพบว่ามีหลายสิ่งที่เราสามารถบรรลุได้ตามเป้าหมายในการสร้างความสุขในที่ทำงาน และยังมีบางจุดที่ต้องปรับปรุงอีกเช่นกัน ผมคิดว่าเรามีการจัดการที่ดีที่ช่วยดึงความสามารถของพนักงานแต่ละคนออกมาได้ เช่นเดียวกันเรายังคงคำนึงถึงความรู้สึกของพนักงานของเราทุกครั้งเมื่อเราจะตัดสินใจเรื่องต่างๆ”

Mr. Tokonami เสริมอีกว่า “ผมมักจะให้พนักงานตั้งคำถามอยู่เสมอว่า สิ่งที่เราทำอยู่นั้น ดีที่สุดแล้วหรือยัง ซึ่งการที่เราวิเคราะห์การดำเนินงานของเราเอง ก็ส่งผลให้เราสามารถปรับการทำงานให้ถูกต้องได้ดีขึ้น เราได้สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อลูกค้าในฐานะบริษัทมาได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับว่าเรามาถูกทางแล้ว ผมอยากจะเน้นย้ำถึงพนักงานทุกคนว่า ให้เตรียมพร้อมสำหรับการปฏิบัติงานให้ประสบความสำเร็จในปีหน้า ผมได้เรียนรู้ว่าการที่เราคิดถึงความรู้สึกของลูกค้าเป็นการดำเนินงานที่ดีที่สุด เมื่อเราทำตามนี้ได้แล้ว ก็จะสามารถมองเห็นแนวทางการทำงานได้ดีขึ้น ความเอาใจใส่ในเรื่องนี้เป็นสิ่งที่เราสามารถสร้างขึ้นมาได้ และยังถือเป็นเสาหลักของจุดแข็งของ ONE ที่ให้ความสำคัญต่อความพึงพอใจของลูกค้าก่อนเสมอในทุกการตัดสินใจของพวกเรา”


อัพเดตข่าวสารและบทความที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก่อนใคร ผ่าน Line Official Account @Logistics Mananger เพียงเพิ่มเราเป็นเพื่อน @Logistics Manager หรือคลิกที่นี่

บทความก่อนหน้านี้ONE GRUS ทุบสถิติยกขนส่งสินค้าต่อลำเรือสูงสุด 11,387 ทีอียูใน Cai mep
บทความถัดไปจีนจัดประชุม SCO International Round Table มุ่งส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าและโลจิสติกส์
Satida Tinarak is a fresh writer who loves to read political novels or even constitutional law. Politics news is a subject that she never gets tired of. The Logistics Industry has now become one of her interests that is leading her towards another step towards furthering her knowledge.