DHL และ Hapag-Lloyd ลงนามข้อตกลงลดการปล่อยคาร์บอนในซัพพลายเชน

0
577

บริษัท DHL Global Forwarding และสายการเดินเรือ Hapag-Lloyd ร่วมลงนามข้อตกลงระยะเวลาสามปีเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 3 ผ่านการใช้เชื้อเพลิงทางทะเลที่ยั่งยืนภายในกองเรือของ Hapag-Lloyd ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว คำสั่งซื้อแรกสำหรับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนปริมาณ 25,000 ตัน ในรูปแบบ well-to-wake (WTW) ได้สำเร็จลุล่วงแล้วเมื่อเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา ผ่านการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพรุ่นที่สอง ซึ่งผลิตจากของเสียและกากเหลือใช้  

การลงนามข้อตกลงครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของโซลูชัน book & claim ในห่วงโซ่คุณค่า ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถรับรองการลดคาร์บอน Scope 3 ได้โดยแยกจากการใช้เชื้อเพลิงจริงในการขนส่ง เนื่องจากการใช้เชื้อเพลิงทางทะเลที่ยั่งยืนในอุตสาหกรรมการขนส่งยังมีข้อจำกัดและมีต้นทุนที่สูง ดังนั้นการใช้โซลูชัน book & claim จึงกลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมฯ ในช่วงเริ่มต้นได้  

นอกจากนี้ GoGreen Plus ของ DHL ยังมอบโซลูชันลดการปล่อยคาร์บอนในบริการต่างๆ ของบริษัทฯ ผ่านการใช้เชื้อเพลิงที่ยั่งยืนและเทคโนโลยีที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ รวมทั้งช่วยให้ลูกค้าสามารถลดอัตราการปล่อยคาร์บอน Scope 3 ในห่วงโซ่คุณค่าที่เป็นผลจากการขนส่งและกระจายสินค้าทั้งต้นน้ำและปลายน้ำในทางอ้อมได้ โดยลูกค้ายังสามารถรับรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและรายงานความคืบหน้าในเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนของตนได้ ขณะเดียวกัน Hapag-Lloyd ได้ใช้เชื้อเพลิงชีวภาพรุ่นที่สองตั้งแต่ปี 2020 อีกทั้งยังนำเสนอผลิตภัณฑ์ Ship Green เพื่อให้ลูกค้าสามารถรับรองการลดคาร์บอนในการขนส่งได้ตั้งแต่ปี 2023 

“เรารู้สึกยินดีที่ได้ร่วมลงนามกับ DHL พร้อมแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้และประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิงทางทะเลที่ยั่งยืนเพื่อลดอัตราการปล่อยคาร์บอน Scope 3 ผ่านผลิตภัณฑ์ Ship Green ของเรา” Mr. Danny Smolders กรรมการผู้จัดการฝ่ายขายระดับโลก สายการเดินเรือ Hapag-Lloyd กล่าว “การเป็นพันธมิตรกับ DHL แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในการร่วมมือกัน โดยเราจะร่วมกันสร้างแรงผลักดันเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในซัพพลายเชนให้ได้มากยิ่งขึ้น” 

ทั้งนี้ Hapag-Lloyd มีเป้าหมายลดอัตราการปล่อยคาร์บอนในกองเรือให้เป็นศูนย์ภายในปี 2045 ส่วน DHL มีเป้าหมายลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี 2050 ดังนั้นการนำเสนอโซลูชันโลจิสติกส์ที่ยั่งยืนยิ่งขึ้นแก่ลูกค้าจึงเป็นกุญแจสำคัญในการบรรลุเป้าหมายเหล่านี้  


อัพเดตข่าวสารและบทความที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก่อนใคร ผ่าน Line Official Account @Logistics Mananger เพียงเพิ่มเราเป็นเพื่อน @Logistics Manager หรือคลิกที่นี่

บทความก่อนหน้านี้COSCO SHIPPING เปิดตัวบริการเส้นทางใหม่ จีน-อ่าวเปอร์เซีย เร่งการส่งออกยานยนต์ของบริษัทใน Fuzhou
บทความถัดไปMSC จัดบูธในงาน SS Rice News Convention 2025 นำเสนอความเชี่ยวชาญในการขนส่งข้าว