MSC เปิดตัวสถานี MEDLOG Inland Terminal Paris-Bruyères อย่างเป็นทางการ

0
414

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา สายการเดินเรือ MSC ได้จัดพิธีเปิดสถานีขนส่งสินค้า MEDLOG Inland Terminal Paris-Bruyères ศูนย์ปฏิบัติการขนส่งสินค้าต่อเนื่องหลายรูปแบบแห่งใหม่ที่สามารถเชื่อมต่อตรงสู่ท่าเรือ Le Havre กับจุดหมายปลายทางภาคพื้นทั่วยุโรป ด้วยการผสานการขนส่งสินค้าทางถนน ทางราง และเรือบาร์จอย่างมีประสิทธิภาพ สถานีขนส่งสินค้าแห่งนี้จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการขนส่งสินค้าของลูกค้าและลดอัตราการปล่อยคาร์บอนได้อย่างมีนัยสำคัญ

สถานีขนส่งสินค้าขนาด 110,000 ตารางเมตรแห่งนี้ได้เริ่มต้นปฏิบัติการตั้งแต่ช่วงปลายปี 2024 ที่ผ่านมา โดยให้บริการโลจิสติกส์หลากหลายรูปแบบ รวมถึงบริการซ่อมบำรุงตู้สินค้า บริการจัดเก็บสินค้าและตู้ควบคุมอุณหภูมิสำหรับสินค้าทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเภสัชภัณฑ์ พร้อมติดตั้งอุปกรณ์จัดการยกขนสินค้าวางกองและสินค้าโครงการ

นอกจากนี้ MEDLOG Inland Terminal Paris-Bruyères ยังมีสถานีรถไฟรางคู่และพื้นที่หน้าท่าเทียบเรือริมแม่น้ำยาว 230 เมตร ทำให้สถานีแห่งนี้สามารถขนส่งสินค้าเข้า-ออกได้ทั้งทางถนน ทางราง และเรือบาร์จ พร้อมขีดความสามารถในการรองรับตู้สินค้าได้มากกว่า 100,000 ทีอียูต่อปี

สำหรับพิธีเปิดในครั้งนี้ MSC ได้ให้การต้อนรับลูกค้า คู่ค้า และตัวแทนจากหน่วยงานท้องถิ่นกว่า 300 คน พร้อมนำแขกผู้ร่วมงานเยี่ยมชมพื้นที่สถานีและการปฏิบัติการจริง อีกทั้งยังได้แบ่งปันความรู้เกี่ยวกับบริการโลจิสติกส์ต่อเนื่องหลายรูปแบบ รวมถึงเส้นทางการดำเนินธุรกิจด้วยความยั่งยืนของ MSC ผ่านประสบการณ์เสมือนจริง (VR)

โดยโครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าแห่งใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการลงทุนครั้งใหญ่ ในชื่อ ‘TN MSC Port 2000’ นำโดยบริษัท Terminal Investment Limited (TiL) ซึ่งเป็นหน่วยธุรกิจการปฏิบัติการท่าเรือของ MSC โดยมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมต่อตลาดท้องถิ่นและตลาดระดับโลกให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นผ่านท่าเรือ Le Havre พร้อมสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการสร้างซัพพลายเชนที่ยืดหยุ่นด้วยการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม

Mr. Salvatore Prudente ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท MEDLOG กล่าวว่า “เมื่อมีโอกาส เราก็ไม่ลังเลที่จะลงทุนในสถานีขนส่งสินค้าต่อเนื่องหลายรูปแบบเช่นนี้ เพื่อให้บริษัทฯ บริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นผ่านความใกล้ชิดที่มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งมอบบริการที่ยืดหยุ่น สม่ำเสมอ และคล่องตัว ควบคู่กับการลดอัตราการปล่อยคาร์บอนจากกิจกรรมการขนส่งสินค้า”


อัพเดตข่าวสารและบทความที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก่อนใคร ผ่าน Line Official Account @Logistics Mananger เพียงเพิ่มเราเป็นเพื่อน @Logistics Manager หรือคลิกที่นี่

บทความก่อนหน้านี้HMM คว้ารางวัลด้านความยั่งยืนระดับ Platinum ต่อเนื่องเป็นปีที่สองจาก EcoVadis
บทความถัดไปท่าเรือประจวบคว้าใบรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร พร้อมเดินหน้าสู่ Net Zero
Viboonwat Chaidamrongrittikul
A guy with a passion for sharing stories, hoping it brings you positive vibes and inspiration.