
เมื่อเร็วๆ นี้ สายการเดินเรือ Hapag-Lloyd ได้ลงนามข้อตกลงกับ APM Terminals เพื่อเข้าถือครองหุ้นของท่าเทียบเรือ APM Terminals Maasvlakte II B.V. ในสัดส่วน 25 เปอร์เซ็นต์ พร้อมตั้งเป้าหมายร่วมสนับสนุนการพัฒนา การขยายขีดความสามารถในการรองรับ และการยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติการของท่าเทียบเรือฯ การลงทุนครั้งนี้ได้ตอกย้ำถึงความสำคัญของ Maasvlakte II ในฐานะศูนย์กลางประจำยุโรปสำหรับกลุ่มพันธมิตร Gemini Cooperation ระหว่าง Hapag-Lloyd และ A.P. Moller – Maersk
จากการดำเนินธุรกรรมในครั้งนี้จะส่งผลให้ Hapag-Lloyd ได้รับขีดความสามารถด้านการจัดการท่าเทียบเรืออัตโนมัติในระยะยาว พร้อมการเสริมความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายท่าเทียบเรือทั่วโลกของสายการเดินเรือฯ ภายใต้แผนกท่าเทียบเรือและโครงสร้างพื้นฐาน Hanseatic Global Terminalsขณะที่ APM Terminals จะยังคงทำหน้าที่เป็นผู้ปฏิบัติการท่าเทียบเรือ Maasvlakte II ดังเดิม
“แผนการลงทุนใน Rotterdam จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือให้กับเครือข่ายของเรา โดยท่าเทียบเรือ Maasvlakte II เป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับการปฏิบัติการของกลุ่มพันธมิตร Gemini Cooperation อีกทั้งยังสอดคล้องกับกลยุทธ์การสร้างเครือข่ายท่าเทียบเรือที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในตลาดการค้าหลัก” Mr. Dheeraj Bhatia ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายท่าเทียบเรือและโครงสร้างพื้นฐาน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Hanseatic Global Terminals กล่าว
“การลงทุนของ Hapag-Lloyd ครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อท่าเทียบเรือฯ ที่มีความสำคัญต่อทั้งกลุ่มพันธมิตร Gemini และท่าเรือ Rotterdam อีกทั้งการดำเนินธุรกรรมครั้งนี้ยังสะท้อนถึงการเป็นพันธมิตรอย่างแน่นแฟ้นระหว่าง APM Terminals และ Hapag-Lloyd รวมถึงความมุ่งมั่นที่มีร่วมกันในการพัฒนาและยกระดับท่าเทียบเรือในระยะยาว โดย APM Terminals จะยังคงเป็นผู้ปฏิบัติการท่าเทียบเรือ Maasvlakte II พร้อมด้วยเป้าหมายที่ทำให้ท่าเทียบเรือแห่งนี้กลายเป็นท่าเทียบเรือที่ดีที่สุดในยุโรปเหนือสำหรับลูกค้าทุกรายที่ใช้บริการ” Mr. Keith Svendsen ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท APM Terminals กล่าว
ปัจจุบัน ท่าเทียบเรือ APM Terminals Maasvlakte II อยู่ระหว่างการขยายพื้นที่ปฏิบัติการครั้งใหญ่เพื่อเสริมสร้างสถานะในฐานะเกตเวย์ประจำยุโรปแห่งสำคัญ โดยจะขยายพื้นที่หน้าท่าเพิ่มเติม 1,000 เมตร รวมเป็น 2,000 เมตร พร้อมเพิ่มพื้นที่ลานตู้ รางรถไฟสี่ราง รวมถึงการใช้งานรถหัวลากอัตโนมัติ และอุปกรณ์ระบบอัตโนมัติ โดยคาดว่าหลังจากการปรับปรุงครั้งนี้ ท่าเทียบเรือฯ จะสามารถจัดการสินค้าได้สูงถึง 5.4 ล้านทีอียูต่อปี พร้อมยกระดับความยืดหยุ่นและความสามารถด้านปฏิบัติการของท่าเทียบเรือฯ เพื่อสนับสนุนกระแสการขนส่งสินค้าในอนาคตผ่านท่าเรือ Rotterdam
อัพเดตข่าวสารและบทความที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก่อนใคร ผ่าน Line Official Account @Logistics Mananger เพียงเพิ่มเราเป็นเพื่อน @Logistics Manager หรือคลิกที่นี่











