
บริษัท DSV ร่วมกับสายการเดินเรือ Hapag-Lloyd ลงนามข้อตกลงกรอบการดำเนินงาน Ship Green สำหรับการลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 3 ผ่านการใช้เชื้อเพลิงทางทะเลแบบยั่งยืนทั่วทั้งกองเรือของ Hapag-Lloyd
ภายใต้ข้อตกลงฉบับใหม่ซึ่งต่อยอดจากความร่วมมือที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2022 บริษัท DSV จะลดอัตราการปล่อยคาร์บอนตลอดวงจรชีวิต (Well-to-Wake) รวมทั้งสิ้น 18,000 ตัน ผ่านการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพรุ่นสองที่ผลิตจากวัตถุดิบเหลือใช้ เพื่อส่งมอบความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่มีการปรับใช้เชื้อเพลิงยั่งยืนชนิดอื่นร่วมด้วย ข้อตกลงฉบับนี้จึงสะท้อนความมุ่งมั่นร่วมกันในการผลักดันโซลูชันเพื่ออนาคตสำหรับการขนส่งสินค้าทางทะเลคาร์บอนต่ำ
“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สานต่อความร่วมมือกับ DSV ผ่านข้อตกลงฉบับใหม่” Mr. Danny Smolders กรรมการผู้จัดการ สายการเดินเรือ Hapag-Lloyd กล่าว “ข้อตกลงฉบับนี้แสดงถึงการผสานความร่วมมือระหว่างสายการเดินเรือกับตัวแทนผู้รับจัดการขนส่งสินค้าในการผลักดันความก้าวหน้าและยกระดับโซลูชันการขนส่งคาร์บอนต่ำ”
ความมุ่งมั่นในครั้งนี้ขับเคลื่อนด้วยกลไกห่วงโซ่การคุ้มครองพยานหลักฐาน (Chain of Custody) ด้วยการลงทะเบียน Book and Claim ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถส่งรายงานการลดการปล่อยคาร์บอนได้ ถึงแม้จะไม่มีการจัดสรรการใช้เชื้อเพลิงกับเรือขนส่งสินค้าหรือเส้นทางการค้าอย่างเป็นรูปธรรมก็ตาม
Hapag-Lloyd ได้ใช้เชื้อเพลิงชีวภาพรุ่นสองมาแล้วระยะหนึ่งและได้ปรับใช้เชื้อเพลิงไบโอมีเทนในปี 2024 ด้วยผลิตภัณฑ์บริการ Ship Green สายการเดินเรือฯ จะนำเสนอความเป็นไปได้ในการแสดงหลักฐานการลดการปล่อยคาร์บอนด้วยการใช้เชื้อเพลิงทางทะเลแบบยั่งยืนแทนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงฟอสซิล (MFO) แบบดั้งเดิม
ด้วยการร่วมมือกันของทั้งสองฝ่าย พร้อมด้วยเชื้อเพลิงทางทะเลแบบยั่งยืนและการลงทะเบียน Book and Claim ทั้ง DSV และ Hapag-Lloyd มุ่งมั่นสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าสู่อนาคตที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
อัพเดตข่าวสารและบทความที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก่อนใคร ผ่าน Line Official Account @Logistics Mananger เพียงเพิ่มเราเป็นเพื่อน @Logistics Manager หรือคลิกที่นี่










