
เมื่อเร็วๆ นี้ DP World ได้ติดตั้งเครนหน้าท่าระบบกึ่งอัตโนมัติใหม่จำนวนสามตัวภายในท่าเทียบเรือของบริษัทฯ ซึ่งตั้งอยู่ในท่าเรือ Jeddah Islamic Port ซาอุดิอาระเบีย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพในการรองรับเรือบรรทุกตู้สินค้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมเสริมความแข็งแกร่งให้ท่าเทียบเรือสามารถรักษาความต่อเนื่องของการหมุนเวียนทางการค้าในภูมิภาคทะเลแดงได้อย่างมีประสิทธิภาพท่ามกลางความท้าทายด้านความมั่นคงทางทะเลในปัจจุบัน
เครนหน้าท่าชุดใหม่นี้ผลิตโดยบริษัท ZPMC และกำลังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบระบบ โดยเครนแต่ละตัวมาพร้อมกำลังยกสูงถึง 65 ตัน ทั้งนี้ การติดตั้งเครนชุดใหม่จะส่งผลให้ท่าเทียบเรือฯ มีเครนยกขนตู้สินค้าหน้าท่าจากเรือสู่ฝั่ง (Ship-to-shore cranes) เพิ่มขึ้นจาก 14 ตัว เป็น 17 ตัว อีกทั้งบริษัทฯ ยังได้วางแผนเพิ่มจำนวนเครนเป็น 22 ตัวในอนาคตอีกด้วย
ด้วยกำลังยกสูงถึง 65 ตันต่อตัว เครนใหม่เหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานบริเวณท่าเทียบเรือ (Berth productivity) และทำให้สถานีขนส่งสินค้าสามารถรองรับเรือบรรทุกสินค้าสายหลัก (Mainline vessels) ได้พร้อมกันหลายลำ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนเป้าหมายของประเทศซาอุดีอาระเบียในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ชั้นนำระดับโลก ทั้งนี้ เครนดังกล่าวผลิตโดยบริษัท ZPMC และกำลังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบระบบ (Commissioning) โดยจะเข้ามาสมทบกับฝูงเครนเดิมของท่าเรือ ทั้งยังมีแผนจะขยายเพิ่มเป็น 22 ตัวในอนาคตเพื่อยกระดับขีดความสามารถต่อไป
ทั้งนี้ ท่าเทียบเรือ South Container Terminal ของ DP World มีความยาวหน้าท่ารวม 2,150 เมตร และลึกกว่า 18 เมตร สามารถรองรับเรือบรรทุกตู้สินค้าขนาดใหญ่พิเศษ (Ultra-large container vessels) ได้พร้อมกันสูงสุดถึงห้าลำ พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ยกขนที่ทันสมัย และเทคโนโลยีอัตโนมัติขั้นสูงที่ได้รับการออกแบบเพื่อลดระยะเวลาในการรอและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติการสูงสุด โดยเครนชุดใหม่นี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการยกระดับความทันสมัยด้านการปฏิบัติการมูลค่ากว่า 800 ล้านเหรียญสหรัฐของบริษัทฯ ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับสินค้าของท่าเทียบเรือจาก 1.8 ล้านทีอียู เป็น 4 ล้านทีอียู
Mr. Mohammad Alshaikh ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท DP World ประจำประเทศซาอุดิอาระเบีย กล่าวว่า “การขยายขีดความสามารถและยกระดับความคล่องตัวในการปฏิบัติการช่วยให้เราสามารถสนับสนุนลูกค้าในการขนส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งยังช่วยเสริมขีดความสามารถของท่าเทียบเรือในการรองรับเรือขนาดใหญ่และปริมาณตู้สินค้าผ่านท่าที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าสถานการณ์ในภูมิภาคจะนำมาซึ่งความท้าทายใหม่ๆ แต่เราได้ทำงานร่วมกับการท่าเรือพันธมิตรด้านความมั่นคง รวมถึงลูกค้าสายการเดินเรืออย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจในปฏิบัติการที่น่าเชื่อถือและปลอดภัย เพื่อรักษากิจกรรมทางการค้าข้ามทะเลแดงและภูมิภาคอื่นๆ ต่อไป”

อัพเดตข่าวสารและบทความที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก่อนใคร ผ่าน Line Official Account @Logistics Mananger เพียงเพิ่มเราเป็นเพื่อน @Logistics Manager หรือคลิกที่นี่











