
เมื่อเร็วๆ นี้ CEVA Logistics ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำระดับโลก ร่วมกับ Avolta ผู้ให้บริการด้านการค้าปลีกสินค้าในสนามบิน (travel retail) และผู้ค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก ประกาศเปิดตัวโครงการนำร่องการขนส่งสินค้าทางถนนอย่างยั่งยืนรูปแบบใหม่ด้วยรถหางลากพ่วงแบบคู่ (Duo Trailer) ที่ใช้พลังงานหมุนเวียนจากน้ำมันพืช Hydrotreated Vegetable Oil (HVO) จำนวนสามคัน โดยความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญต่อการยกระดับบริการขนส่งสินค้าทางถนนที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนยิ่งขึ้น โดยไม่ลดทอนขีดความสามารถและความน่าเชื่อถือของการปฏิบัติการที่มีอยู่เดิม
โดยโซลูชันใหม่นี้ได้ถูกนำมาใช้ในการปฏิบัติการขนส่งทางถนนตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมาในเส้นทางการขนส่งหลักของสเปน เชื่อมต่อระหว่าง Barcelona และ Madrid ด้วยรถหางลากพ่วงแบบคู่สามวันต่อสัปดาห์ ควบคู่กับการใช้หางลากพ่วงแบบทั่วไป อย่างไรก็ตาม รถหางลากพ่วงทั้งหมดในปฏิบัติการจะใช้พลังงานจากเชื้อเพลิง HVO ซึ่งผลิตจากน้ำมันพืช และคาดว่าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้สูงสุดถึง 520 ตัน และก๊าซไนโตรเจนออกไซด์อีก 180 กิโลกรัมต่อปี เทียบเท่ากับการนำรถบรรทุก 440 คันออกจากท้องถนน
ยิ่งไปกว่านั้น รถหางลากพ่วงแบบคู่ยังสามารถลดจำนวนการใช้ยานพาหนะบนถนนได้ด้วยปริมาณในการบรรทุกที่มากถึง 70 ตันต่อเที่ยว ซึ่งช่วยลดการปล่อยมลพิษ รวมถึงการใช้เชื้อเพลิง HVO ที่เป็นพลังงานหมุนเวียนจากน้ำมันพืชหรือไขมัน และนำมาผ่านกระบวนการแปรสภาพด้วยไฮโดรเจนแทนการใช้เมทานอล ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และมลพิษอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องดัดแปลงเครื่องยนต์เพิ่มเติม
Mr. Jaume Capdevila หัวหน้าฝ่ายการจัดการขนส่งสินค้าทางถนนและทางราง บริษัท CEVA Logistics กล่าวว่า “โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากปฏิบัติการขนส่งทางถนนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งยังบ่งชี้ถึงแนวทางปฏิบัติการขนส่งสินค้าที่มีประสิทธิภาพ มีความรับผิดชอบ และสร้างสรรค์ยิ่งขึ้นสำหรับทั้งอุตสาหกรรมฯ ด้วย”
ทั้งนี้ ระยะนำร่องของโครงการดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อประเมินศักยภาพสำหรับการต่อยอดสู่การใช้งานทั่วประเทศ โดยหากมีการใช้หางลากพ่วงคู่กับรถบรรทุกทั้ง 80 คันในสเปน จะสามารถลดการใช้รถบรรทุกแบบเดิมได้มากถึง 35,200 เที่ยวต่อปี เทียบเท่ากับการลดระยะทางบนถนนประมาณ 21 ล้านกิโลเมตร และคาดว่าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 19,000 ตัน และลดไนโตรเจนออกไซด์ได้ถึง 6,646 กิโลกรัมด้วย
อัพเดตข่าวสารและบทความที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก่อนใคร ผ่าน Line Official Account @Logistics Mananger เพียงเพิ่มเราเป็นเพื่อน @Logistics Manager หรือคลิกที่นี่












