พาณิชย์วิเคราะห์ ทิศทางส่งออกไทยปี 2026 ท่ามกลางการค้าโลกที่ผันผวน

0
866

ทิศทางการค้าในปี 2026 เป็นปีที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันหลายด้าน ทั้งการชะลอตัวของอุปสงค์ประเทศคู่ค้า ภาวะหนี้ครัวเรือนที่กดดันการใช้จ่าย และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลให้มาตรการกีดกันทางการค้ายังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลของการขึ้นภาษีนำเข้าสหรัฐอเมริกาที่จะผลักดันให้ต้นทุนสินค้าสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ไทยยังมีโอกาสในแง่ของการปรับเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทาน โดยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อเลี่ยงปัญหาภาษี ซึ่งมีเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (S-Curve and New S-Curve) เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) นำโดยคุณนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการ ได้เผยบทวิเคราะห์แนวโน้มการส่งออกรายสินค้าและรายตลาดด้วยอนุกรมเวลา (Time Series Model) ควบคู่กับการวิเคราะห์สถานการณ์ที่จะกระทบต่อการค้าในอนาคต

สนค. ระบุว่าทิศทางสินค้าส่งออกกลุ่มอุตสาหกรรมปี 2026 โอกาสเชิงโครงสร้างดิจิทัลท่ามกลางความผันผวนของมาตรการการค้าโลก สินค้ากลุ่มดาวรุ่ง ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า อาทิ แผงวงจรไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า รถยนต์ และเครื่องโทรศัพท์ โดยสินค้าดังกล่าวนี้มีแรงขับเคลื่อนหลักจากการปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลก จากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก (Supply Chain Diversification) เพื่อมุ่งสู่การยกระดับสินค้าไทยเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าเพิ่มสูง (High Value-Added) ซึ่งกระตุ้นความต้องการสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูงที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สอดรับกับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเครื่องจักรกลขั้นสูง

ในขณะที่กลุ่มสินค้าอัญมณี เครื่องปรับอากาศ และกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันอย่างเคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก น้ำมันดิบ และน้ำมันสำเร็จรูป ยังคงเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเนื่องจากได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงาน การชะลอตัวของกำลังซื้อกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย และกำแพงภาษีที่เข้มงวดขึ้นในตลาดสหรัฐอเมริกา ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งยกระดับมาตรฐานสินค้าสู่เทคโนโลยีอัจฉริยะและความยั่งยืน (ESG) เพื่อรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขันและเสถียรภาพทางการตลาดในระยะยาว ภายใต้มาตรการทางการค้าที่เข้มงวดขึ้นในอนาคต

สำหรับทิศทางสินค้าส่งออกกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรปี 2026 โอกาสจากเมกะเทรนด์ความมั่นคงทางอาหาร ท่ามกลางอุปสรรคด้านมาตรการทางการค้าและขีดความสามารถด้านต้นทุน สินค้าที่มีโอกาสเติบโตได้ดีเป็นกลุ่มดาวรุ่ง ได้แก่ ไก่แปรรูป กุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง เนื้อและส่วนต่างๆ ของสัตว์ที่บริโภคได้ ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ อาหารสัตว์เลี้ยง ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ โดยมีปัจจัยหนุนจากกระแสความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) เมกะเทรนด์รักสุขภาพ และกระแสเลี้ยงสัตว์เหมือนลูก (Pet Humanization) ที่ยกระดับอุปสงค์สู่กลุ่มนวัตกรรมอาหารมูลค่าสูงภายใต้มาตรฐานสุขอนามัยที่เป็นที่ยอมรับ

อย่างไรก็ตาม สินค้าเกษตรที่คาดว่าจะมีแนวโน้มการส่งออกที่ชะลอตัว เช่น ยางพารา ข้าว ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป สิ่งปรุงรสอาหาร ผักกระป๋อง และผักแปรรูป อันเนื่องจากการเผชิญมาตรการกีดกันทางการค้าที่เข้มงวดขึ้นในตลาดสหรัฐอเมริกา และจีน ควบคู่ไปกับแรงกดดันด้านขีดความสามารถในการแข่งขันที่ลดลงจากปัจจัยค่าเงินบาทและต้นทุนการผลิตที่เสียเปรียบคู่แข่งสำคัญอย่างอินเดียและเวียดนาม รวมถึงอุปทานในตลาดโลกและระดับสินค้าคงคลังที่ยังอยู่ในระดับสูงของประเทศคู่ค้า

ทั้งนี้ คุณนันทพงษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “การค้าระหว่างประเทศในอนาคตมีแนวโน้มที่จะจำกัดการเติบโตเพิ่มขึ้น จากมาตรการทางการค้าที่เข้มงวดในหลายประเทศทำให้ไทยต้องปรับตัวในทุกมิติ การขับเคลื่อนด้วยทูตเศรษฐกิจเชิงรุกเพื่อเจรจาขยายสิทธิประโยชน์ทางการค้าในตลาดศักยภาพใหม่และบรรเทาผลกระทบจากกำแพงภาษี ควบคู่ไปกับการวางรากฐานการปรับโครงสร้างทางการส่งออกและปรับระบบนิเวศทางการค้าด้วยระบบ AI จะช่วยลดต้นทุนแฝงและสร้างโอกาสทางการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน”


อัพเดตข่าวสารและบทความที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก่อนใคร ผ่าน Line Official Account @Logistics Mananger เพียงเพิ่มเราเป็นเพื่อน @Logistics Manager หรือคลิกที่นี่

บทความก่อนหน้านี้COSCO SHIPPING เปิดตัวโมเดลขนส่งสินค้าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนใหม่ New Year Budget-Friendly Route เชื่อม Shanghai สู่เปรู
บทความถัดไปSamudera ยกระดับการขยายธุรกิจในเอเชียตะวันออก จับมือ Imoto Corporation ในญี่ปุ่น
Viboonwat Chaidamrongrittikul
A guy with a passion for sharing stories, hoping it brings you positive vibes and inspiration.