เมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา LEO Global Logistics ได้ลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Sahathai Terminal  ผู้ให้บริการท่าเทียบเรือและโลจิสติกส์แบบครบวงจรบนแม่น้ำเจ้าพระยา เปิดโครงการ The 1st  Intelligent & Robotic Cold Chain Bonded Warehouse and Logistics Center in Bangkok คลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิที่ใช้ระบบอัตโนมัติแห่งแรกของประเทศไทย และยังเป็นพื้นที่ที่ได้รับการอนุมัติจากทางกรมศุลกากรให้เป็นคลังสินค้าทัณฑ์บน (Bonded Warehouse) ซึ่งลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์ในเรื่องภาษีนำเข้าอย่างเต็มที่

คุณเกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท LEO Global Logistics เปิดเผยว่า “สำหรับความร่วมมือกับ Sahathai Terminal ในครั้งนี้ เป็นการให้บริการคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าที่มีระบบควบคุมอุณหภูมิฉริยะควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์และใช้หุ่นยนต์ทำงานแทนมนุษย์ ภายในห้องแช่แข็งที่มีอุณหภูมิ 0 -25 องศาเซลเซียส ซึ่งการใช้ระบบ Automation & Robot นี้จะเข้ามาช่วยตอบโจทย์ในเรื่องของการลดต้นทุนเรื่องการหาบุคลากรในระดับแรงงานที่นับวันจะหายากยิ่งขึ้น และยังทำให้บริษัทฯ สามารถให้บริการที่รวดเร็วและมีความแม่นยำและสนองตอบความต้องการของลูกค้า”

“นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับ LEO ที่ได้ร่วมมือกับ Sahathai Terminal ด้วยจุดเด่นของบริษัทฯ ที่มีการให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร สามารถให้บริการขนส่งสินค้าทั่วไปและสินค้าควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนความพร้อมและรองรับการเติบโตต่อไปในอนาคตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ”

โดย LEO มีแผนที่จะยื่นเรื่องขอการสนับสนุนการลงทุนจากทางคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่มีมาตรการส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และยังตั้งเป้าที่จะทำให้ Cold Chain Warehouse and Logistics Center แห่งนี้เป็นศูนย์โลจิสติกส์สีเขียวโดยใช้พลังงานไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์และมีระบบการบริการจัดการที่สามารถช่วยลดโลกร้อน (Carbon Emission) ได้อีกด้วย

โครงการ The 1st  Intelligent & Robotic Cold Chain Bonded Warehouse and Logistics Center in Bangkok ตั้งอยู่ในบริเวณท่าเทียบเรือ สหไทยฯ ถนนปู่เจ้าสมิงพราย ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ภายใต้งบการลงทุน 232 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าเช่าทรัพย์สินตลอดระยะเวลาอายุสัญญา 72 ล้านบาท และเงินลงทุนในการพัฒนาโครงการ 160 ล้านบาท และคาดว่าจะสร้างรายได้อย่างน้อย 800 ล้านบาท ตลอดระยะเวลาโครงการ

ด้าน คุณบัญชัย ครุจิตร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sahathai Terminal เปิดเผยว่า “Sahathai Terminal มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจของ LEO เพื่อยกระดับการให้บริการโลจิสติกส์อย่างครบวงจร ทั้งยังมีการนำเทคโลโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ในการบริหารจัดการคลังสินค้าซึ่งสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างมาก”


อัพเดตข่าวสารและบทความที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก่อนใคร ผ่าน Line Official Account @Logistics Mananger เพียงเพิ่มเราเป็นเพื่อน @Logistics Manager หรือคลิกที่นี่

บทความก่อนหน้านี้DACHSER จัดตั้งกิจการร่วมค้าในญี่ปุ่น
บทความถัดไปDr. Sigrid Nikutta จาก DB Cargo AG ขึ้นดำรงตำแหน่งประธาน Rail Freight Forward ผลักดันส่วนแบ่งการขนส่งทางรถไฟยุโรปสู่ 30%
Pichanon Paoumnuaywit
tech and history geek, who enjoys hunting and photographing dark skies and milky way