ท่าเรือแหลมฉบังต้อนรับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมหารือและตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของท่าเรือฯ

0
41

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา ว่าที่ร้อยตรีรัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการแทนผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย และคณะผู้บริหารท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมด้วยคุณนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้ต้อนรับคุณสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในการลงพื้นที่และตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของท่าเรือแหลมฉบัง

โดยคุณสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่าท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งเป็นประตูการค้าหลักของไทยและอยู่ในอันดับท็อป 20 ของโลก ได้เผชิญความท้าทายจากปริมาณตู้สินค้าผ่านท่าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมามีสถิติสูงถึง 10.15 ล้านทีอียู ทำให้เกิดวิกฤตจราจรและความแออัดสะสมจากปริมาณรถบรรทุกที่เข้ามาใช้บริการกว่า 413,000 คันในเดือนที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนผู้ประกอบการ และยังสร้างมลภาวะ PM 2.5 ด้วย

ในโอกาสนี้ กระทรวงคมนาคมจึงเร่งรัดให้การท่าเรือฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินนโยบายเชิงรุกสามมาตรการ ได้แก่

  • มาตรการเร่งด่วน คือการจัดทำพื้นที่ Buffer Zone รวมกว่า 127 ไร่ เพื่อรองรับรถบรรทุกก่อนเข้าสู่ท่าเทียบเรือ ลดปัญหาแถวคอยบนถนนสายหลัก และช่วยให้การระบายรถเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
  • มาตรการคู่ขนาน คือการบูรณาการการทำงานของคณะทำงานแก้ไขปัญหาจราจรติดขัด ร่วมกับท่าเทียบเรือคู่สัญญา ผู้ประกอบการ กรมศุลกากร กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และตำรวจ เพื่อแก้ปัญหาหน้างาน พร้อมกำหนดให้ท่าเทียบเรือรักษามาตรฐานการระบายรถผ่านประตูตรวจสอบย่อยไม่น้อยกว่า 50 คันต่อชั่วโมง และเปิดช่องบริการเพิ่มทันทีเมื่อมีรถสะสม
  • มาตรการระยะยาว คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างยั่งยืน ทั้งการจัดทำ Master Plan ปรับปรุงพื้นที่และระบบจราจรภายในท่าเรือ การปรับโครงสร้างอัตราค่าภาระให้เหมาะสมเพื่อลดตู้สินค้าคงค้าง การเร่งรัดโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 และการเพิ่มสัดส่วนการขนส่งสินค้าทางรางระหว่าง ICD ลาดกระบัง–ท่าเรือแหลมฉบัง ให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 50 เพื่อลดจำนวนรถหัวลากที่เข้าสู่พื้นที่ท่าเรือ

ทั้งนี้ ว่าที่ร้อยตรีรัฐกร ได้รายงานถึงความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ว่า ขณะนี้ในส่วนของงานถมทะเลและส่งมอบพื้นที่สำหรับก่อสร้างท่าเทียบเรือยังมีข้อจำกัดทางเทคนิคบางประการที่ทำให้ล่าช้ากว่าแผนเดิม ซึ่งการท่าเรือฯ มีกรอบเวลาที่จะต้องเร่งรัดจัดการให้เรียบร้อยภายในเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อขับเคลื่อนให้โครงการสำคัญดังกล่าวสามารถเปิดให้บริการได้ตามแผนงานภายในปี 2031 พร้อมร่วมหารือแนวทางในการพัฒนาสวัสดิการและคุณภาพชีวิตเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับพนักงานอีกด้วย


อัพเดตข่าวสารและบทความที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก่อนใคร ผ่าน Line Official Account @Logistics Mananger เพียงเพิ่มเราเป็นเพื่อน @Logistics Manager หรือคลิกที่นี่

บทความก่อนหน้านี้CEVA Logistics เปิดศูนย์กระจายสินค้าอัตโนมัติแห่งใหม่ใน Alashankou ประเทศจีน มุ่งรองรับการขนส่งทางถนนในเส้นทาง Trans-Eurasian
บทความถัดไปDHL Supply Chain จัดพิธีวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างศูนย์โลจิสติกส์สำหรับสินค้าแบตเตอรี่ในยุโรปแห่งใหม่ในเนเธอร์แลนด์