
PSA Antwerp ประกาศหลักชัยครั้งสำคัญในโครงการพัฒนาการปฏิบัติการ Project Emerald ผ่านการรับมอบเครนยกขนตู้สินค้าหน้าท่า (STS) ขนาดใหญ่จำนวนห้าคัน ที่ท่าเทียบเรือ Europa Terminal ประเทศเบลเยียม โดยเครนชุดใหม่นี้ได้รับการออกแบบเพื่อรองรับเรือขนส่งตู้สินค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก และตอบสนองความต้องการของตลาดการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งยังนับเป็นเครน STS ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในท่าเรือ Antwerp พร้อมสะท้อนถึงก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมของท่าเทียบเรือ Europa Terminal ในการรองรับเรือบรรทุกตู้สินค้าขนาดใหญ่พิเศษ (Ultra-Large Container Ships) ในอนาคตด้วย
โดยเครน STS ชุดใหม่นี้มีความสูง 52 เมตร และมีระยะเอื้อมของแขนเครน 71.8 เมตร ทำให้สามารถรองรับเรือที่มีความกว้างขนาดเทียบเท่าตู้สินค้าเรียงกันได้สูงสุดถึง 26 แถว ด้วยขีดความสามารถในการยกขนตู้สินค้าแบบคู่ (Dual-hoist) สูงสุด 112 ตัน เครนเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการปฏิบัติการและประสิทธิผลโดยรวมของท่าเทียบเรือ รวมถึงความน่าเชื่อถือในบริการของ PSA Antwerp ได้อย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ เครน STS ชุดใหม่ยังมาพร้อมเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยและการปฏิบัติการที่ล้ำสมัย อาทิ ระบบป้องกันการสั่นขั้นสูง (Anti-sway systems) ระบบวิเคราะห์ทางไกล (remote diagnostics) การควบคุมที่มีความแม่นยำสูง และการตรวจสอบผ่านระบบดิจิทัลแบบบูรณาการ พร้อมด้วยห้องควบคุมเครนที่ถูกออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ และการฝึกอบรมเสมือนจริง (Virtual Reality) ซึ่งเป็นการยกระดับความปลอดภัย และทำให้พนักงานควบคุมเครนได้รับการส่งเสริมการพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง
ยิ่งไปกว่านั้น เครน STS เหล่านี้ยังมีการติดตั้งแพลตฟอร์มสำหรับยึดตู้สินค้าในตัว (Lashing platforms) ทำให้การติดและถอดสลักล็อกตู้สินค้ามีความปลอดภัย และเป็นการลดความเสี่ยงในการปฏิบัติการของทีมงานภาคพื้นดิน ด้วยแพลตฟอร์มที่ช่วยแยกพื้นที่ในการทำงานของทีมออกจากเส้นทางการจราจรในท่าเทียบเรือ นอกจากนี้ เครนชุดใหม่ยังใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่ช่วยประหยัดพลังงาน รวมถึงระบบหมุนเวียนพลังงาน และรองรับระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (smart-grid) ได้ โดยนวัตกรรมเหล่านี้ช่วยลดการใช้พลังงานโดยรวมและลดการปล่อยมลพิษระหว่างการขนถ่ายสินค้า ทั้งยังสนับสนุนการดำเนินงานท่าเรือที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ หลังจากรับมอบเครน STS ชุดใหม่จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการประกอบ ทดสอบ และตรวจสอบความปลอดภัยต่อไป โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถเปิดใช้งานได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026
อัพเดตข่าวสารและบทความที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก่อนใคร ผ่าน Line Official Account @Logistics Mananger เพียงเพิ่มเราเป็นเพื่อน @Logistics Manager หรือคลิกที่นี่












