
PSA จัดพิธีเปิดตัวโครงการขยายท่าเทียบเรือ PSA Mumbai เฟสสอง เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับตู้สินค้าเป็น 4.8 ล้านทีอียูต่อปี พร้อมรองรับเรือขนส่งตู้สินค้าขนาดใหญ่หลายลำ ด้วยความยาวหน้าท่า 2,000 เมตร ส่งผลให้ PSA Mumbai เป็นท่าเทียบเรือที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนปริมาณการค้าที่เพิ่มขึ้นของอินเดียทั้งในและนอกประเทศ โดยโครงการนี้ PSA ได้ลงทุนภายใต้ความร่วมมือกับภาครัฐเป็นจำนวน 1.7 พันล้านเหรียญสิงคโปร์
พิธีเปิดโครงการจัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา โดยมี Mr. Shri Narendra Modi นายกรัฐมนตรีของอินเดีย และ Mr. Lawrence Wong นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เป็นผู้กล่าวสุนทรพจน์ผ่านช่องทางออนไลน์จาก New Delhi ก่อนที่จะดำเนินการพิธีวางศิลาฤกษ์เพื่อจารึกการเปิดท่าเทียบเรือใหม่อย่างเป็นทางการ
Mr. Ong Kim Pong ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท PSA International กล่าวว่า “โครงการขยายท่าเทียบเรือเฟสสองของ PSA Mumbai ได้นำขีดความสามารถในการรองรับตู้สินค้า การเชื่อมต่อ และความยั่งยืน ซึ่งเป็นปัจจัยในการพัฒนาการค้าของอินเดียอย่างรวดเร็วมาสู่ท่าเทียบเรือ โดยการเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับตู้สินค้าเป็น 4.8 ล้านทีอียูจะยกระดับความยืดหยุ่นของซัพพลายเชนทั้งภายในและภายนอกอินเดีย รวมถึงส่งเสริมเครือข่ายระบบนิเวศท่าเรือทั่วโลกของ PSA หลักชัยในครั้งนี้ยังตอกย้ำพลังแห่งความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง PSA และการท่าเรือ Jawaharlal Nehru Port Authority (JNPA) ซึ่งยกระดับกระแสการค้าโลกและพัฒนาชุมชนให้ดียิ่งขึ้น โดย PSA รู้สึกภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับอินเดียในการเดินทางสู่ความก้าวหน้าและการเติบโต”
นอกจากนี้ ภายในพิธียังมีการเปิดวีดีโอแสดงระบบเชื่อมทางรถไฟในเส้นทาง Dedicated Freight Corridor (DFC) หกเส้นทาง ของ PSA Mumbai ซึ่งจะเชื่อมต่อท่าเทียบเรือใน Jawaharlal Nehru Port (JNP) กับสถานีจัดการและบรรจุตู้สินค้าทั้ง 63 แห่งทั่วอินเดียได้ โดยเมื่อเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟทั้งหมดใน DFC กับท่าเรือ JNP ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว โครงสร้างพื้นฐานสำหรับ DFC ของ PSA Mumbai จะช่วยให้ผู้นำเข้าส่งออกได้รับประสบการณ์ด้านโลจิสติกส์และการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งยังสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ด้านโลจิสติกส์ครบวงจรที่มีความยั่งยืน ตามแผนการแม่บท PM Gati Shakti ของอินเดีย
โดยท่าเทียบเรือ PSA Mumbai ยังเพิ่มพื้นที่ในลานตู้สินค้าและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ เพื่อสนับสนุนการเชื่อมต่อทางทะเลของอินเดียอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีการใช้อุปกรณ์พลังงานไฟฟ้าแทนน้ำมันดีเซล เพื่อส่งเสริมการค้าให้มีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
อัพเดตข่าวสารและบทความที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก่อนใคร ผ่าน Line Official Account @Logistics Mananger เพียงเพิ่มเราเป็นเพื่อน @Logistics Manager หรือคลิกที่นี่











